[ Knb – Murasakibara x Kiyoshi , Murakiyo , ม่วงไม้ ]”น้ำตา” ห้วข้อส่ง kurobasu_weekly

Title : ป่วย
Author: Nunsalam304
Fandom : Kuroko no Basket
Paring : Murasakibara Atsushi x Kiyoshi Teppei ( Murakiyo )
Rating :
Note : 
“พึ่งรู้ว่าคนติงต๊องก็เป็นหวัดได้”
“นายอย่าพูดงั้นสิ อัตสึชิ~….แค่ก…..แค่ก….”
 
 
เสียงพูดรอดผ่านหน้ากากอนามัย ตอบกลับไปพร้อมกับเสียงไอของคนผมสีน้ำตาลเข้ม
ที่หันหน้ามาตอบทั้ง ๆ ที่นอนซุกตัวอยู่กับผ้าห่ม ใบหน้าแดงไปด้วยพิษของไข้หวัด 
บนหน้าผากก็มีแผ่นเจลลดไข้ปะอยู่ ส่วนคนที่พูดว่าคนกำลังป่วยว่าติงต๊อง 
กำลังเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถือถาดที่มีหม้อเซรามิคขนาดกลางมีฝาปิด 
พร้อมถ้วยแบ่งและช้อนสั้น ข้าง ๆ ก็มีถ้วยพลาสติกเล็ก ๆ 
ใส่ยาลดไข้และแก้หวัดอย่างละเม็ด ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ 
ถือถาดมาวางที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเตี้ย ที่อยู่กลางห้องนอน 
ก่อนจะเดินมานั่งลงบนเตียงข้างคนป่วย
 
 

“นายน่าจะ…แค่ก ๆ….คาดหน้ากากอนามัยเข้ามานะ เดี๋ยวก็ติดหวัดฉันหรอก”
คิโยชิเอ่ยบอกกับมุราซากิบาระ
“ฉันแข็งแรงกว่านาย ของพรรค์นั้นมันไม่จำเป็นหรอก” 
เสียงยานคางอันเป็นเอกลักษณ์ของคนผมสีม่วงเอ่ยขึ้นอีก
เล่นเอาคนป่วย ฉายา ‘หัวใจเหล็ก’ อย่างคิโยชิ เทปเปย์ ผู้ไม่ยอมแพ้ใคร 
มองอีกคนด้วยสายตาปรือ ๆ ตามแบบคนป่วย
ใช้ปลายนิ้วมือข้างขวาดึงเอาหน้ากากอนามัยลงมาถึงคาง 
ไหน ๆ คนตัวโตตรงหน้าก็ไม่กลัวติดหวัดอยู่แล้ว
เปิดหน้ากากออกพูดจะได้ยินให้ชัด ๆ ไปเลย
 
 
 
“ฉันก็ แข็งแรงกว่านาย….แค่ก!!…แค่ก!!….แข็งแรงกว่านายเยอะด้วย….แค่ก!!…”
“นี่…ขนาดป่วยยังกล้าพูดนะนาย”  ปลายนิ้วชี้ข้างขวาของคนร่างสูงใหญ่ 
จิ้มๆๆๆๆๆ เข้าไปที่หน้าผากของอีกคนที่มีเจลลดไข้ปะอยู่ ด้วยความหมั่นไส้

“แหงะ~ อัตสึชิ อย่าทำแบบนี้….แค่กๆ!! ….แค่กๆ!!…ฉันเป็นคนป่วยนะ….
แค่กๆ!! ….อย่าแกล้งกันสิ  ฝืด!! หยุดนะ หยุดดดด ” 
คิโยชิทำหน้าอย่างกะคนจะร้องไห้ พูดไปทั้งที่ยังไอและก็ต้องพยายามสูดน้ำมูก
ไม่ให้ไหล มือหนาทั้งสองข้างจับไปที่มือใหญ่ ๆ  พยายามจะดันออกทั้ง ๆ 
ที่ไม่ค่อยจะมีแรง
 
“เพราะคิโยชิ ชอบพูดอะไรที่ มันน่าหมั่นไส้เองต่างหาก น่าหมั่นไส้สุด ๆ” 
ไม่พูดเปล่า ปลายนิ้วชี้ของมุราซากิบาระยังคงจิ้มๆ  ไปที่หน้าผากของคิโยชิ 
อีก 3-4 ที ก่อนจะละมือออกมา มองหน้าคิโยชิ
 
 
“ถ้าช่างพูดได้ขนาดนั้น ลุกมาทานอาหารทานยาคงจะไหวใช่มั้ย ?? ”
มันช่างเป็นคำถามที่แปร่ง ๆ ที่ปนมาพร้อมกับน้ำเสียงแห่งความห่วงใย
ตามแบบฉบับของมุราซากิบาระ มันทำให้คิโยชิอดคิดไม่ได้ว่า  
ชอบว่าเรานู้นนี่นั้น แต่ก็ห่วงเรานี่นะ ถึงคำถามจะดูแม่งๆ หูไปเสียหน่อย  

‘นายมันน่ารักตรงนี้แหละ อัตสึชิ’ คิโยชิคิดไปก็เผลอยิ้มแบบเต็มที่สุด ๆ  ออกมา
 
“ยิ้มอะไรหนักหนาน่ะ เป็นไข้จนบ้าหรือไง”  มุราซากิบาระเอ่ยถาม
พร้อมหรี่ตามองคิโยชิที่กำลังใช้มือยันตัวลุกขึ้นมานั่ง 
โดยมุราซากิบาระเองก็ช่วยประคองคนป่วยให้มานั่งพิงหัวเตียงดี ๆ
“ใช่ ซะที่ไหนเล่า มีความสุขมากไปต่างหาก….ฝืด…..” 
คิโยชิบอกไปแบบนั้นสูดน้ำมูกไม่ให้ไหลไปด้วย
“อะไรของนายน่ะ” ทำเอามุราซากิบาระทำหน้าเหวอ ด้วยความ งง
“ไม่มีอะไร…. แค่กๆ…ไหน ๆ ขอลองชิมอาหารฝีมือของอัตสึชิหน่อยสิ”
คิโยชิพูดก่อนจะเอามือทั้งสองหยิบจับหน้ากากอนามัยที่คาดไว้ออกก่อนจะ
วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง
 
 
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเตี้ย ที่ตัวเองวางถาด
ที่มีหม้อเซรามิคใส่อาหารมา
มือใหญ่จับตรงที่จับฝาหม้อเปิดฝาหงายขึ้น แล้ววางไว้ข้าง ๆ หม้อเซรามิค
ใช้ช้อนสั้นตักอาหารจากในนั้นแบ่งใส่ถ้วย ก่อนจะเดินมานั่งลงข้างเตียงอีกครั้ง
คิโยชิมองเห็นแล้วว่าอาหารที่อีกคนทำมาให้กินเป็น โจ๊กไก่ 
มือหนากำลังจะยื่นมือไปรับถ้วยใบนั้นแต่มุราซากิบาระกลับรั้งเข้าหาตัว
 
 
“ฉันป้อนเอง” มุราซากิบาระพูดออกไป มือก็จับปลายช้อนสั้นคน ๆ โจ๊กในถ้วยเบา ๆ
“ฉันลุกขึ้นนั่งยังไหวเลย…แค่ก ๆ…..แค่นี้..กินเองได้ ไม่ต้องป้อนหรอก” 
คิโยชิเอามือข้างซ้ายป้องปากเวลาไอ ส่วนอีกมือก็กำลัง 
ทำท่าทางจะยื่นมือมาเอาถ้วยที่อีกคนถืออยู่อีก  
มุราซากิบาระรั้งถ้วยใบนั้นเข้าหาตัวสุด ๆ แล้วเอามือใหญ่ๆ บังไว้ด้วย
 

“จะป้อนให้”
“ไม่ต้อง กินเองได้”
“ป้อนให้ ”
“กินเองได้”
“ป้อนให้ ”
“กินเองได้”


เรียวคิ้วเหนือดวงตาสีม่วงสวยเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ 
ก่อนจะโวยวายเสียงดังออกมา
“คิโยชิดื้อชะมัด!!  ทีตอนฉันป่วย ฉันยังให้นายป้อนเลย 
ตอนนี้นายก็ทำตัวดี ๆ ให้ฉันป้อนซะ!!”
“อยากป้อน เพราะฉันเคยป้อนอาหารให้กินตอนนายป่วยเนี้ยนะ”
“ใช่”
คิโยชิพอได้ยินอะไรแบบนี้ มันอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
 
“ฮะๆๆๆ ฮะๆๆๆ ….แค่กๆ…..ฮะๆๆ”
 
 
‘ ที่หัวเราะไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่เพราะชอบใจต่างหาก
กับไอ้เรื่องแบบนี้พอเป็นอัตสึชิทำ มันรู้สึกว่าน่ารักดี ‘
 
 
“อะไร!! ไม่เห็นตลก หัวเราะทำไม”
“ฮะๆ…..แค่กๆ…..ฮะๆ” ตอนนี้คิโยชิทั้งหัวเราะทั้งไอไปพร้อมกัน
จนคนที่อยากป้อนโจ๊กให้เริ่มหงุดหงิดกว่าเดิม
“คิโยชิบ้า หัวเราะอยู่ได้ จะกินมั้ย โจ๊กเนี้ย!!”
“กินสิกิน ฮะๆ ….ฝืด……ทะ โทษทีไม่หัวเราะแล้ว” 
คิโยชิปาดน้ำตาที่ไหลเล็ดออกมาจากหางตาเพราะหัวเราะมากไป 
พร้อมสูดน้ำมูกไม่ให้ไหลไปด้วย
 
 
เพราะถ้าไม่หยุดหัวเราะโจ๊กที่จะป้อนเข้าปากดี ๆ อาจจะเทลงบนหัวคิโยชิแทน
 
 
“งั้นรบกวนด้วยนะ” คิโยชิยิ้มให้มุราซากิบาระ
ที่ตอนนี้กำลังใช้มือจับปลายช้อนสั้นคน ๆ โจ๊กในถ้วย
ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเบา ๆ ลดความร้อนของโจ๊กให้อุ่น พอที่คนจะทานเข้าไปได้
แล้วยื่นมาจ่อใกล้ริมฝีปากของคิโยชิ คิโยชิอ้าปากรับไปด้วยความเต็มใจ
 
 
“อร่อยมั้ย”
“อืม…อร่อยดี อัตสึชิ” พูดไปแล้วยิ้มให้คนตัวโตที่ตอนนี้เรียวคิ้วไม่ขมวดแล้ว
แถมยิ้ม บาง ๆ กลับหาให้คิโยชิเช่นกัน
 
 
มุราซากิบาระนั่งป้อนอาหารไปเรื่อย ๆ แบบนี้ จนกระทั้งเป็นคิโยชิเอง
ที่ห้ามไว้ว่ากินไม่ไหวแล้ว ถึงวางมือ คนตัวโตลุกขึ้นเดินไปวางถ้วยไว้
ที่โต๊ะเตี้ยกลางห้อง ก่อนจะเลื่อนมือขวาไปจับตรงที่จับฝาปิดแก้วใส
สำหรับใส่น้ำยกฝาขึ้นวางหงายไว้ที่โต๊ะ และเลื่อนมือมาที่หูจับของเหยือกน้ำสเตนเลส
ใช้นิ้วหัวแม่มือกดเปิดฝาที่ปิดให้เปิดขึ้นก่อนจะรินน้ำใส่แก้วพอประมาณ 
ไม่ลืมที่จะหยิบเม็ดยาขึ้นมาด้วยมือซ้าย 
เดินกลับมายืนที่ข้างเตียงยื่นทั้งสองอย่างให้คิโยชิ  
คิโยชิรับยาไปกินอย่างว่าง่ายพร้อมกับดื่มน้ำตาม
คิโยชิยื่นแก้วที่ดื่มน้ำหมดแล้วคืนให้มุราซากิบาระที่ยืนรอรับแก้วอยู่แล้ว 
ก่อนเจ้าตัวจะเดินไปวางแก้วไว้ที่โต๊ะเตี้ยกลางห้อง และเดินออกจากห้องนอนไป 
กลับมาพร้อม กะละมังใบเล็กซึ่งภายในนั้นมีแก้วที่บรรจุยาสีฟันแบบน้ำไว้
และมีแปรงสีฟันด้วย แค่คิโยชิเห็นก็ยิ้มชอบใจกับความเอาใจใส่เล็กๆ ของมุราซากิบาระ
หลังจากคิโยชิแปรงฟันเรียบร้อย ทั้งสองนั่งคุยอะไรกันไปได้สักพัก 
ยาที่ทานไปก็เริ่มจะออกฤทธิ์ คิโยชิค่อย ๆ นอนลงซุกตัวเข้าใต้ผ้าห่ม 
หยิบหน้ากากอนามัยมาคาดอีกครั้งก่อนจะหลับตาลง
คิโยชิได้ยินเสียงเก็บถ้วยแก้วกระทบกันเบา ๆ 


‘อัตสึชิคงเก็บของเหล่านั้นแล้วเดินออกจากห้องนอน’


นั้นคือสิ่งที่คิโยชิคิดระหว่างที่ใกล้เข้าสู่นิทรา
ตอนนี้เสียงเหล่านั้นมันเงียบไปแล้ว
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 



 
 
 
 
แต่จู่ ๆ บริเวณข้างซ้ายของเตียงที่คิโยชินอนอยู่ก็ยวบลง
พร้อมกับสัมผัสได้ว่ามีปลายนิ้วมาเกี่ยวดึง
เอาหน้ากากอนามัยลงมาถึงคางของตน
 
 
 
 
ก่อนที่จะลืมตาเปิดขึ้นมาเต็มที่
 
 
ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไป
 
 
 
คิโยชิสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบลงมาริมฝีปากของตน นุ่มนวลและอ่อนหวาน
จนเผลอตอบรับสัมผัสนั้นไป  แต่เพียงแค่ชั่วครู่ สัมผัสนั้นก็ถอยห่างออกไป
ให้คิโยชิได้สูดเอาอากาศเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะปรือตาขึ้นมองคนฉวยโอกาส
ที่ยังไม่เอาหน้าห่างออกไปไหนไกล ฝามือใหญ่ข้างซ้ายยังยันอยู่กับเตียง 
ฝามือใหญ่ข้างขวายังสัมผัสจับที่แก้มซ้ายของคิโยชิ  
ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือลูบไปมาเบาๆ 

“หายป่วยไว ๆ ”  มุราซากิบาระพูดบอก ด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะก้มลง
จูบสัมผัสไปที่ริมฝีปากของคิโยชิอีกครั้งเพียงแป๊ปเดียวแล้วผละออก 
ก่อนเจ้าตัวลุกขึ้นจากเตียง
เดินไปหยิบถาดที่มีของที่เจ้าตัวยกมาทั้งหมดแล้วเดินออกจากห้องนอนไป
ทำเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
 
 
 
“ดะ เดี๋ยวก็ติดหวัดหรอก” คิโยชิพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะเอาหัวซุกเข้าไปใต้ผ้าห่ม 
เพราะตอนนี้ หน้ามันแดงเห่อร้อนไปหมด ไม่ใช่แค่พิษไข้อย่างเดียว 
แต่เพราะความอายของเจ้าตัวด้วยที่ไม่เคยชินกับอะไรแบบนี้สักที
 
 
 
———————————
เป็นฟิคม่วงไม้ ที่คิดออกมาตอนตัวเองป่วยค่ะ เหะ ๆ
มีเพิ่มเติมอะไรไปนิด ๆ หน่อย ๆ
อ่า เพราะหัวข้อเกี่ยวกับ น้ำตา จริง ๆ ไม่ต้องมาจากความเศร้าก็ได้
เพราะการหัวเราะ เพราะมีความสุข บางทีก็มีน้ำตาออกมาค่ะ
 
 
น้ำตาแห่งความสุข นะคะ 
---------------
contact me :

[ Knb – Murasakibara x Kiyoshi , Murakiyo , ม่วงไม้ ] Chocolate Cake

Title : Chocolate Cake
Author: Nunsalam304
Fandom : Kuroko no Basket
Paring : Murasakibara Atsushi x Kiyoshi Teppei ( Murakiyo )
Rating : PG-17
Note : อ่า ย้ำอีกทีก็ น่าจะเป็น PG-17 นะคะ เหะ ๆ
เนื้อเรื่องประมาณว่ายังเป็นช่วงที่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่ค่ะ เป็นแฟนกัน
คิโยชิยังอยู่โตเกียว มุคคุงก็อยู่อากิตะ  //มโนไปค่ะ มโนทั้งนั้น 

xxxx/02/07
 
‘อืม……. จะซื้อแบบไหนให้ดีล่ะเนี้ย’ 

หนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้ม
เรียวคิ้วหนาเหนือดวงตาขมวดเข้านิด ๆ อย่างใช้ความคิด
ขณะกำลังยืนก้มมองดูขนมเค้กที่มีอยู่หลากหลายแบบในตู้โชว์
ภายในห้างสรรพสินค้าตรงแผนกขนมหวาน
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดสายตามองดูขนมเค้กไปเรื่อย ๆ ตามตู้โชว์เค้กเหล่านั้น
และก็คิดไม่ตกซะทีว่าจะเลือกแบบไหน
เพราะที่วาง ๆ ให้เห็นอยู่นี้ รูปร่างและสีสัน ก็ดูน่าทานไปหมด
ที่ต้องคิดเยอะขนาดนี้เพราะคนที่คิโยชิอยากจะซื้อไปให้เป็นคนที่
ทานของพวกนี้ออกจะบ่อย
เรียกว่า เป็นชีวิตประจำวันเลยถึงจะถูกต้องกว่า
 
 
 
 
 
 
‘ ของกินที่เป็นขนมหวานอัตสึชิไม่เบื่อหรอก จะซื้อแบบไหนไปก็คงจะกิน
ถึงเดินมาแผนกขนมนี้ก่อน แต่….ขึ้นชื่อว่า คนรัก
ในวันพิเศษอย่างวาเลนไทน์ ก็อยากให้อะไรพิเศษ หรือทำอะไรพิเศษให้
แต่มันจะดูแย่..อีกหรือเปล่า..สำหรับคนที่ตนจะให้ของ
เพราะปีแรกของวาเลนไทน์ของเราสองคนนั้น เคยซื้อเสื้อยืดคู่รัก
พื้นผ้าสีชมพูอ่อนลายตรงกลางเป็นรูปหน้าคุณหมีเขียนว่า KUMA
ก็เห็นมันน่ารักดี แต่พออัตสึชิเห็นก็ทำหน้าเอือมระอาใส่
แล้วติว่า "เซนต์ในการเลือกของขวัญ ของคิโยชิแย่ชะมัด"
ถึงจะบ่นอะไรแบบนั้นแต่ก็ยอมใส่คู่กันเวลาไปเที่ยวด้วยกันอยู่ดี
ตั้งแต่นั้น มันก็เลยเป็นปมอ่อน ๆ ในการเลือกของยังไงก็ไม่รู้ '
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เพราะใช้เวลาดูเค้กอยู่นานพอสมควรแต่ก็ตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี
และเห็นว่ายังไงเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะวันวาเลนไทน์
คิโยชิจึงเลือกที่จะเดินออกมาจากแผนกขนมหวานในซุปเปอร์ชั้นล่างสุด
ไปดูอย่างอื่นบ้าง ร่างสูงเดินไปทางบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปชั้นบนในหัวก็ยังคิด
เรื่องของขวัญหรือสิ่งที่อยากจะทำให้คนรักของตัวเองอยู่ตลอด
สาวเท้าเดินมาเรื่อยจนมาถึงชั้น 2 โดยใช้บันไดเลื่อน 
ร่างสูงเดินไปคิดไป เดินไปคิดไป
สายตาก็มาสะดุดกับป้ายโลโก้อักษรสีขาวพื้นหลังสีแดงเลือดหมู
เป็นร้านที่มีของค่อนข้างเยอะ แต่การจัดวางของที่ดูเรียบร้อย และเรียบง่าย
ทำให้ดูโล่งสบายตา ตามแบบฉบับของร้านนี้
และเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก 
จึงมีแคมเปญพิเศษของทางร้านจัดให้กับคู่รักโดยเฉพาะ
ถึงกับทำให้คิโยชิที่กำลังยืนอ่านป้ายโฆษณาแคมเปญนั้น
ยิ้มกว้างออกมา ก่อนที่จะเดินไปที่เคาเตอร์แคชเชียร์

“สวัสดีครับ คือผม………”
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
xxxx/02/13
เวลา 22 ทุ่ม 30 นาที
 
 
แกร๊ก
แอ๊ด….ปัง
 
 
เสียงไขประตูมาพร้อมกับ เสียง เปิด-ปิดประตูดังขึ้นภายในอพาร์ทเม้นท์


ทำให้ร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มเจ้าของห้องที่กำลังทำอะไรอยู่ภายในครัวสะดุ้งนิด ๆ
เงยหน้าขึ้นจากชามสแตนเลสที่มือซ้ายจับขอบชามอยู่
ที่ข้างในใส่ช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมต่าง ๆ ที่เหลวแล้ว
จากการใช้เครื่องตีผสมอาหารไปเมื่อครู่ มือขวาจับด้ามไม้พายทำขนม
ถือค้างคาจากที่กำลังคนช็อกโกแลตเหลวในชามอยู่

 

‘เอ๊ะ? เราอยู่คนเดียว ทำไมมีเสียงเปิด-ปิดประตูล่ะ? หรือเสียงข้างห้อง? 
คนที่มีกุญแจห้องก็มีแต่ตัวเราเอง กับ………อัตสึชิ
อืมๆ……..อัตสึชิ…………..อัตสึชิ…………’










‘อัตสึชิ!!!!!!’










เหมือนพึ่งประมวลผลในหัวเสร็จคิโยชิรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องครัวอย่างรวมเร็ว
ไปที่ทางเดิน เป้าหมายตรงประตูทางเข้าอาร์ทเม้นท์ อารามตกใจของเจ้าตัว
ดันเดินออกมาทั้ง ๆ ที่ยังสวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีชมพูอยู่ พร้อมชามช็อกโกแลต
และไม้พายทำขนมที่คาอยู่ในชาม ติดมือออกมาด้วย






เดินมาถึงทางเดินหน้าประตูคิโยชิก็เห็น
หนุ่มร่างสูงใหญ่ผมสีม่วงกำลังนั่งถอดรองเท้าที่ใส่อยู่ออกเก็บเข้าตู้วางรองเท้า
ข้าง ๆ ตัว มีถุงหูหิ้วใบโตที่บรรจุซองขนมที่เจ้าตัวชอบซื้อกินเต็มไปหมด
 



 

‘เปิดเข้ามาเองได้เพราะ กุญแจสำรองที่เคยให้ไว้สินะนี่’
‘หว่า โผล่มาวันนี้ ที่ตั้งใจเซอร์ไพรส์ก็ไม่เซอร์ไพรส์แล้วสิ ‘
คิโยชิคิดแล้วทำหน้าเสียดายออกมาก่อนจะเอ่ย
 
 
 



“อัตสึชิ ทำไมมาวันนี้ล่ะ นัดกันพรุ่งนี้นี่นา”
คิโยชิพูดถามออกมาขณะเดินไปช่วยหยิบถุงหูหิ้วใบโตขึ้นติดมือไปด้วย
ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปที่ห้องรับแขก
แล้ววางชามสแตนเลสและถุงหูหิ้วที่บรรจุขนมไว้ที่โต๊ะรับแขก
มุราซากิบาระที่เดินตามหลังเข้ามาหลังจากล็อคประตูหน้าห้องเรียบร้อย 
คนตัวโตไม่ได้ตอบคำถามโดยทันที เดินผ่านตรงไปที่ห้องครัวไปที่ซิงค์ล้างจาน
เปิดก๊อตน้ำล้างมือ ปิดก๊อตน้ำ เช็ดมือให้แห้งแล้วถึงเดินกลับมาที่ห้องรับแขก 
เห็นคิโยชิยืนรอคำตอบอยู่ 
คนตัวโตแค่เดินเข้าไปใกล้คิโยชิแล้วโน้มตัวเข้าหา
เล่นเอาคิโยชิเลิ่กลั่กอย่างตั้งตัวไม่ทัน ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อพาดผ่าน
ต้องรีบยกฝามือขึ้นดันไปที่ไหลทั้งสองข้างของมุราซากิบาระ



"อะ..อะ...อัตสึชิ จะทำอะไรน่ะ!!"
"คิโยชิ ไม่อยากเจอฉันเร็ว ๆ หรือไง" มุราซากิบาระเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยานคาง
"ห๊ะ!? 
“ถามใกล้ขนาดนี้ยังจะมา ห๊ะ อีกนะนาย”  
ไม่พูดเปล่าฝามือใหญ่ของคนตัวโต
สัมผัสไปที่แก้มทั้งสองข้างของคิโยชิจับบีบยืดออกยืดเข้าไปมา
"โอ๊ย อัตสึชิ หยุด หยุดดด มันเจ็บนะ หยุดเล่นแก้มฉันได้แล้ว" 
คิโยชิร้องบอกพร้อมพยายามใช้ฝามือตัวเอง ตีๆ สลับกับ
พยายามแกะไปที่มือใหญ่ๆ ของมุราซากิบาระไปด้วย


"ตอบมาก่อนสิ ไม่อยากเจอฉันเร็ว ๆ หรือไง"
“กะ..ก็ต้องอยากเจอสิ แต่ฉันอยากทำเซอร์ไพรส์ให้อัตสึชินี่นา” 
“หืมมม...เซอร์ไพรส์?” พอได้ยินคำตอบมุราซากิบาระก็หยุดมือที่กำลัง
สนุกกับการได้บีบแก้มของคิโยชิ พร้อมหยุดโน้มตัวยืนตัวตรงเต็มความสูง
กอดอกมองหน้าคิโยชิที่กำลังเอาฝามือคลึงไปที่แก้มตัวเองที่พึ่งผ่านการ
โดนประทุษร้ายเมื่อกี้
“ก็ ฉันกำลังทำขนมเค้กช็อกโกแลตให้นายสำหรับวันวาเลนไทน์ 
แล้วทางร้านที่ฉันไปซื้อวัตถุดิบทำขนม
เขามีแคปเปญคู่รักด้วย”


พูดจบ คิโยชิก็เดินกลับเข้าไปที่ห้องนอน กลับออกมาพร้อมกล่องกระดาษ
ใส่ของอะไรบางอย่างยื่นให้มุราซากิบาระ ที่เอื้อมมือมารับไปดู 
กล่องกระดาษด้านบนเป็นพลาสติกใส ทำให้เห็นว่าภายใน
บรรจุตุ๊กตาหมีขนาดเหมาะมือ 2 ตัว เอาไว้ ตัวหนึ่งสีม่วง 
ตรงกลางลำตัวปักตัวอักษรที่ทำจากผ้าเป็นชื่อต้นของเขา 
กับอีกตัวเป็นสีชมพูมีชื่อต้นของคนตรงหน้าอยู่กลางลำตัวของตุ๊กตาเช่นกัน
พอมุราซากิบาระเงยหน้ามามองคิโยชิอีกที

สีหน้าหมนๆ และสายตาของคิโยชิ กำลังมองช็อกโกแลตเหลวในชามสแตนเลส
ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก มุราซากิบาระพึ่งจะมาสังเกตดี ๆ 
อีกคนยังสวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูอยู่เลยสงสัยเตรียมการไว้เซอร์ไพรส์เต็มที่ 
ถึงขั้นลงทุนทำของที่ตัวเองก็ไม่ได้ถนัดนักให้
ดวงตาสีม่วงสวยเบนสายตาหันมามองตามสิ่งที่คนรักมองอยู่อีกครั้ง
ก่อนที่จะเดินเอากล่องที่ใส่ตุ๊กตาหมีวางลงบนโต๊ะรับแขก
แล้วจึงเอื้อมมือหยิบด้ามจับไม้พายทำขนมปาดช็อกโกแลตเหลวขึ้นมาชิม
 

“ดะ ดะ เดี๋ยวสิ !!” คิโยชิพูดออกมาอย่างตกใจ
รีบไปยึดข้อมือของคนตัวโตกว่า แต่ก็ไม่ทัน 
เพราะมุราซากิบาระ ใช้ลิ้นเลียชิมไปนิด ๆแล้ว
 
“อืม………”
“เออ รสชาติเป็นไง”
“ก็หวาน แต่……….”
“หืม? แต่อะไรเหรออัต–?”
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
!!!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยังไม่ทันที่คิโยชิจะถามจบประโยคดี 
จู่ ๆ มุราซากิบาระก็เอื้อมแขนข้างซ้ายมารั้งเอวของอีกคนให้เข้าหาตัวเองอย่างแนบชิด
มุราซากิบาระวางไม้พายทำขนมไว้ในชามใส่ช็อกโกแลตดังเดิม
ก่อนใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือข้างขวาจุ่มเอาช็อกโกแลตที่ละลายอยู่ในชาม
แต้มปาดมาที่ริมฝีปากของคิโยชิทันที
 
 
“แต่ คิโยชิ เทปเปย์ หวานกว่า”
 
 
คำตอบที่สงสัยมาพร้อมกับปลายลิ้นอุ่นชื้นของมุราซากิบาระที่แตะ
เลียที่ริมฝีปากของคิโยชิครั้งหนึ่ง
ก่อนจะแนบจูบลงมาทั้งๆ ที่มีช็อกโกแลตเหลวยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของคิโยชิอยู่
เหตุการณ์มันกระทันหันจน ทำให้คิโยชิได้แต่เพียงหลับตาตอบรับจูบนั้น
จูบมันทั้งนุ่มนวลและหอมหวานไปด้วยรสของหวาน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รสจูบ
จูบรสช็อกโกแลต
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตอนนี้คิโยชิรู้สึกถึงเลือดที่ไหลเวียนสูบฉีดมารวมอยู่ที่ใบหน้าจนเห่อร้อนของตน
หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
มือไม้ไม่รู้จะวางตรงไหนก็ได้แต่แนบฝามือลงไปที่อกแกร่งของคนตัวโตกว่า
จูบของมุราซากิบาระเนิบนาบ ดูดดึงทั้งริมฝีปากบนและล่างของคิโยชิไปมา
ละเลียดเลียริมชิมรสช็อกโกแลตเหลวที่ติดอยู่จนหมด
 
คิโยชิครางในลำคอเบา ๆ เมื่อเรียวลิ้นอุ่นชื้นของคนตัวโตเริ่มแทรกกลีบปากเข้ามา
ขวานหาความหอมหวานในโพรงปากเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อดุนดันลิ้นของอีกคน
ให้ตอบสนองซึ่งก็ได้รับการตอบสนองกลับมาอย่างดี 
รู้สึกได้จากลิ้นของอีกคนที่ดุดดันกลับมาเช่นกัน
ฝามือทั้งสองข้างของคิโยชิที่แนบอยู่บนอกของมุราซากิบาระค่อยๆ 
เลื่อนแขนโอบรอบลำคอของคนตัวโตแทน
สอดปลายนิ้วแทรกเข้าไปในกลุ่มผมสีม่วงสวยนุ่มมือ
ดันท้าทอยของคนที่สูงกว่าเข้าหาให้จูบแนบชิดขึ้น
แขนแกร่งข้างซ้ายของมุราซากิบาระที่โอบรอบเอวคิโยชิไว้
ก็ไม่มีผ่อนแรงลงแม้แต่น้อยมีแต่จะกระชับกอดให้เข้าหาตัว
ฝามือใหญ่ข้างขวาก็รั้งท้ายทอยของคิโยชิไว้ 
มุราซากิบาระผละริมฝีปากออกมาเพียงเสี้ยววิเอียงหน้าเล็กน้อยปรับมุมก่อนจะ
ประกบจูบอีกครั้งเพื่อให้คิโยชิซึมซับจูบของตนได้มากขึ้น
จังหวะการจูบจากที่คิดว่าเนิบนาบในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นเร่งเร้าลึกซึ้งกว่าที่คิด
จนคิโยชิเริ่มจะทรงตัวเองยืนไม่ไหว
เหมือนคนตัวโตกว่าจะรู้สึกได้ถึงค่อย ๆ ดันตัวของคิโยชิให้ไปนั่งลงที่โซฟาที่อยู่ใกล้ๆ
แล้วขยับเปลี่ยนท่าทางยกตัวคิโยชิให้มานั่งคร่อมบนตักของตนแทน
“อ๊ะ!…อื้มมมมม”
คิโยชิสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนแข็งขืนเบื้องล่าง
ผ่านเนื้อผ้าของคนที่ตนนั่งคร่อมตักอยู่
จะผละจูบออกมาแต่ก็ยังโดนรั้งเข้าไปจูบอีก
บวกกับความร้อนแข็งขืนของตัวเองด้วยที่ไปชนกับหน้าท้องของอีกคน
ทำให้ใบหน้าของคิโยชิที่แดงอยู่แล้วจึงยิ่งแดงขึ้นไปอีก
 

มุราซากิบาระค่อย ๆ ละริมฝีปากออกมา ให้อีกฝ่ายได้หายใจเอาอากาศเข้าปอด
ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งมาจูบไล้ไปตามสันกรามลงมาซุกไซ้ซอกคอของคิโยชิ
ดูดเม้มสร้างรอยแดง
โดยคิโยชิก็เผลอเอียงคอให้อีกฝ่ายได้สัมผัสตามที่ต้องการ
เรียวลิ้นของคนตัวโตไล่เลียจากซอกคอขึ้นมาที่ใบหู ใช้ฟันขบกัดติ่งหูเบา ๆ
ให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดตนสะท้านเล่น
“หืมมม…แค่จูบ นายเป็นถึงขนาดนี้เลยนะ” มุราซากิบาระ เอ่ยถามเสียงแหบพร่า
ก้มมองจุดอ่อนไหวภายในกางเกงของอีกคน 
ที่ตอนนี้มันทั้งร้อนและแข็งมาชนหน้าท้องตนอยู่
ฝามือใหญ่แกล้งเอามือไปสัมผัสผ่านเบา ๆ เล่นเอาคนที่โดนกระทำสะดุ้ง
และยิ่งเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ด้วยแล้ว เขินจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน
“อ๊ะ.แฮ่กๆ…ว่าแต่ฉัน….นะ….นายก็เหมือนกัน….” 
คิโยชิได้แต่เถียงกลับไป แบบหอบหายใจไปพลาง พูดไปพลาง
“โห….กล้าพูดยอกย้อนจริงนะ…”
พูดจบฝามือใหญ่ของมุราซากิบาระทั้งสองข้างปลดถอดผ้ากันเปื้อนของอีกฝ่ายออก
ก่อนจะค่อย ๆ ล้วงมือผ่านชายเสื้อยืดเข้าไปสัมผัสที่กล้ามเนื้อหน้าท้องของคิโยชิ
ที่เป็นซิกแพคแน่นตึง ลูบไล้ วน ๆ ไปมาให้หดเกร็งเรียกเสียงครางเครือ
ของคิโยชิได้เป็นอย่างดี
ก่อนจะลามเรื่อยขึ้นมา สัมผัสกล้ามเนื้อหน้าอกทั้งสองข้าง
ใช้ปลายนิ้วจับดึงยอดอกนุ่มทั้งสองข้าง เค้นคลึงจนเป็นตุ่มไตแข็งชูชัน

 
“อ…อืมม..อะ..อัตสึชิ… ฮ๊า……..”
ใบหน้าของคิโยชิเชิดขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกจุด
ร่างกายสั่นสะท้าน แอ่นอกรับสัมผัสทุกจังหวะที่ปลายนิ้ว
จากฝามือใหญ่สัมผัสโดนอย่างลืมตัว
ฝามือหนาทั้งสองข้างของคิโยชิบีบจับไปที่บ่าของคนตัวโต 
เพื่อระบายอารมณ์ที่ได้รับอยู่ตอนนี้
“หึ ชอบล่ะสินะ” เสียงแหบพร่าของมุราซากิบาระพูดหยอกไป 
ตะหวัดปลายลิ้นที่คางของอีกคน
มือก็ยังทำหน้าที่ปรนเปรอให้ไม่หยุด
“ฉันชอบตอนนายมีอารมณ์นะ คิโยชิ”
ตัวมุราซากิบาระเองก็เช่นกันมีอารมณ์มากทุกครั้งที่ได้แตะต้องคน ๆ นี้
และรู้สึกดีสุด ๆ ที่คนตรงหน้าเป็นแบบนี้ได้ เพราะฝีมือของตน

 
มุราซากิบาระ เลื่อนมือมาจับชายเสื้อยืดของอีกคนเลื่อนให้สูงขึ้น 
เผยให้เห็นแผ่นอกกระเพื่อมไปตามแรงอารมณ์ 
กับยอดอกสีชมพูที่แข็งชูชันยั่วสายตาอย่างกะเชิญชวนให้ครอบครอง
คนตัวโตกระตุกยิ้มที่มุมปาก เอาหน้าเข้าไปใกล้ยอดอกข้างหนึ่ง 
ใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นตวัดโลมเลียไปมา ก่อนจะใช้ริมฝีปากดูดคลึงยอดอก
แล้วครอบครองเข้าโพรงปากใช้ลิ้นปาดเลียเร่งจังหวะ
ยิ่งเรียกเสียงครางทุ้มหวานให้ดังขึ้นไปอีก
ร่างกายของคิโยชิสั่นสะท้านได้แต่แอ่นอกรับ เร้าๆ ไปตามจังหวะที่อีกคนมอบให้
“ฮ๊ะ….อ๊ะ.อัตสึชิ..ฮะ..อื้มมมมม”


อากาศภายในห้องไม่ได้ร้อนอะไรแต่หยดเหงื่อไหลอาบร่างกายจนเปียกกันทั้งสองคน
ใบหน้าแดงก่ำไปพร้อม ๆ กัน ลมหายใจร้อนรดรินผิวหน้าซึ่งกันและกัน
หัวใจที่เต้นแรงเร็วบีบอัดให้เลือดมันพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย
เสียงครางอืออึงด้วยแรงอารมณ์
เสียงจากการจูบแลกลิ้นกันของเนื้อริมฝีปากของทั้งคู่ดังอยู่รอบ ๆ 
ห้องรับแขกอย่างต่อเนื่องมีบ้างที่ผละริมผีปากออกจากกันเพียงเล็กน้อย 
เส้นใยบาง ๆ ยืดเชื่อมระหว่างปลายลิ้นของทั้งคู่
ก่อนจะประกบจูบเข้าหากันอีกครั้งและอีกครั้งไม่รู้เบื่อ
เสื้อผ้าท่อนบนที่เคยอยู่บนตัวของคนทั้งสองถูกถอดออกไปกองอยู่ข้างโซฟา
ทำให้ผิวเนื้อตัวท่อนบนเสียดสีกันไปมามากกว่าเดิม
จะมีเพียงกางเกงที่ยังสวมใส่อยู่
พร้อมกับความแข็งขืนเบื้องล่างของทั้งคู่ที่โผล่พ้นเนื้อผ้ามา
มันกำลังต้องการการปลดปล่อย
 
 
มุราซากิบาระจูบหนัก ๆ ที่ริมฝีปากของคิโยชิอีกที 
ก่อนจะละริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า
หอบหายใจสูดเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะถามคิโยชิ
ที่ตอนนี้เอาคางเกยกับบ่าข้างซ้ายของมุราซากิบาระอยู่
และกำลังสูดเอาอากาศเข้าปอดเช่นกันอย่างรวดเร็วดูจากอก
ที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ
เรียวปากแดงเจ่อเพราะฤทธิ์จูบ แขนทั้งสองข้างยังโอบกอดคนตัวโตเอาไว้
 


“คิโยชิ……อยากให้ฉันกินนายต่อมั้ย?” เสียงแหบพร่าของมุราซากิบาระ
กระซิบริมหูข้างซ้ายของอีกฝ่ายก่อนเรียวลิ้นอุ่นชื้นจะเลียใบหูของคิโยชิไปอีกที
ส่วนฝามือใหญ่ก็เริ่มเลื่อนลงมาดึงคลายเส้นเชือกที่อยู่กับกางเกงผ้าร่ม
ที่อีกคนสวมอยู่ออก จับขอบกางเกงลงเพียงนิดเดียวก็เผยให้เห็น
จุดอ่อนไหวกลางลำตัวของคิโยชิที่แข็งขืน จนมีน้ำซึมผ่านเนื้อผ้าชั้นในสีขาว 
ฝามือใหญ่จับสัมผัสจุดอ่อนไหวนั้น ขยับขึ้น-ลงไปมาอย่างเชื่องช้า 
เหมือนยันความรู้สึกของอีกฝ่าย
คิโยชิตัวสั่นระริกกว่าเดิมตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้น ก่อนจะขยับตัวออกมาเพียงเล็กน้อย
เรียวปากแดงเจ่อยังเผยอเอาอากาศเข้าปอด 
ใบหน้าแดงก่ำของทั้งคู่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกชนกัน
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ตอนนี้กำลังปรือฉ่ำหวานไปด้วยฤทธิ์ของแรงอารมณ์
สบตาเข้าไปในดวงตาสีม่วงสวยที่ฉ่ำหวานด้วยแรงอารมณ์ไม่แพ้กัน
ก่อนคิโยชิจะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง
พร้อมแนบริมฝีปากของตนเองลงไปที่ริมฝีปากของมุราซากิบาระ….
 
 
 
 
 
 
 
….ซึ่งนั้นคือ คำตอบ
———————————- 
---------------
contact me :