Title : ป่วย Author: Nunsalam304 Fandom : Kuroko no Basket Paring : Murasakibara Atsushi x Kiyoshi Teppei ( Murakiyo ) Rating : Note :

“พึ่งรู้ว่าคนติงต๊องก็เป็นหวัดได้” “นายอย่าพูดงั้นสิ อัตสึชิ~….แค่ก…..แค่ก….” เสียงพูดรอดผ่านหน้ากากอนามัย ตอบกลับไปพร้อมกับเสียงไอของคนผมสีน้ำตาลเข้ม ที่หันหน้ามาตอบทั้ง ๆ ที่นอนซุกตัวอยู่กับผ้าห่ม ใบหน้าแดงไปด้วยพิษของไข้หวัด บนหน้าผากก็มีแผ่นเจลลดไข้ปะอยู่ ส่วนคนที่พูดว่าคนกำลังป่วยว่าติงต๊อง กำลังเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถือถาดที่มีหม้อเซรามิคขนาดกลางมีฝาปิด พร้อมถ้วยแบ่งและช้อนสั้น ข้าง ๆ ก็มีถ้วยพลาสติกเล็ก ๆ ใส่ยาลดไข้และแก้หวัดอย่างละเม็ด ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ ถือถาดมาวางที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเตี้ย ที่อยู่กลางห้องนอน ก่อนจะเดินมานั่งลงบนเตียงข้างคนป่วย “นายน่าจะ…แค่ก ๆ….คาดหน้ากากอนามัยเข้ามานะ เดี๋ยวก็ติดหวัดฉันหรอก” คิโยชิเอ่ยบอกกับมุราซากิบาระ “ฉันแข็งแรงกว่านาย ของพรรค์นั้นมันไม่จำเป็นหรอก” เสียงยานคางอันเป็นเอกลักษณ์ของคนผมสีม่วงเอ่ยขึ้นอีก เล่นเอาคนป่วย ฉายา ‘หัวใจเหล็ก’ อย่างคิโยชิ เทปเปย์ ผู้ไม่ยอมแพ้ใคร มองอีกคนด้วยสายตาปรือ ๆ ตามแบบคนป่วย ใช้ปลายนิ้วมือข้างขวาดึงเอาหน้ากากอนามัยลงมาถึงคาง ไหน ๆ คนตัวโตตรงหน้าก็ไม่กลัวติดหวัดอยู่แล้ว เปิดหน้ากากออกพูดจะได้ยินให้ชัด ๆ ไปเลย “ฉันก็ แข็งแรงกว่านาย….แค่ก!!…แค่ก!!….แข็งแรงกว่านายเยอะด้วย….แค่ก!!…” “นี่…ขนาดป่วยยังกล้าพูดนะนาย” ปลายนิ้วชี้ข้างขวาของคนร่างสูงใหญ่ จิ้มๆๆๆๆๆ เข้าไปที่หน้าผากของอีกคนที่มีเจลลดไข้ปะอยู่ ด้วยความหมั่นไส้ “แหงะ~ อัตสึชิ อย่าทำแบบนี้….แค่กๆ!! ….แค่กๆ!!…ฉันเป็นคนป่วยนะ…. แค่กๆ!! ….อย่าแกล้งกันสิ ฝืด!! หยุดนะ หยุดดดด ” คิโยชิทำหน้าอย่างกะคนจะร้องไห้ พูดไปทั้งที่ยังไอและก็ต้องพยายามสูดน้ำมูก ไม่ให้ไหล มือหนาทั้งสองข้างจับไปที่มือใหญ่ ๆ พยายามจะดันออกทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีแรง “เพราะคิโยชิ ชอบพูดอะไรที่ มันน่าหมั่นไส้เองต่างหาก น่าหมั่นไส้สุด ๆ” ไม่พูดเปล่า ปลายนิ้วชี้ของมุราซากิบาระยังคงจิ้มๆ ไปที่หน้าผากของคิโยชิ อีก 3-4 ที ก่อนจะละมือออกมา มองหน้าคิโยชิ “ถ้าช่างพูดได้ขนาดนั้น ลุกมาทานอาหารทานยาคงจะไหวใช่มั้ย ?? ” มันช่างเป็นคำถามที่แปร่ง ๆ ที่ปนมาพร้อมกับน้ำเสียงแห่งความห่วงใย ตามแบบฉบับของมุราซากิบาระ มันทำให้คิโยชิอดคิดไม่ได้ว่า ชอบว่าเรานู้นนี่นั้น แต่ก็ห่วงเรานี่นะ ถึงคำถามจะดูแม่งๆ หูไปเสียหน่อย ‘นายมันน่ารักตรงนี้แหละ อัตสึชิ’ คิโยชิคิดไปก็เผลอยิ้มแบบเต็มที่สุด ๆ ออกมา “ยิ้มอะไรหนักหนาน่ะ เป็นไข้จนบ้าหรือไง” มุราซากิบาระเอ่ยถาม พร้อมหรี่ตามองคิโยชิที่กำลังใช้มือยันตัวลุกขึ้นมานั่ง โดยมุราซากิบาระเองก็ช่วยประคองคนป่วยให้มานั่งพิงหัวเตียงดี ๆ “ใช่ ซะที่ไหนเล่า มีความสุขมากไปต่างหาก….ฝืด…..” คิโยชิบอกไปแบบนั้นสูดน้ำมูกไม่ให้ไหลไปด้วย “อะไรของนายน่ะ” ทำเอามุราซากิบาระทำหน้าเหวอ ด้วยความ งง “ไม่มีอะไร…. แค่กๆ…ไหน ๆ ขอลองชิมอาหารฝีมือของอัตสึชิหน่อยสิ” คิโยชิพูดก่อนจะเอามือทั้งสองหยิบจับหน้ากากอนามัยที่คาดไว้ออกก่อนจะ วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเตี้ย ที่ตัวเองวางถาด ที่มีหม้อเซรามิคใส่อาหารมา มือใหญ่จับตรงที่จับฝาหม้อเปิดฝาหงายขึ้น แล้ววางไว้ข้าง ๆ หม้อเซรามิค ใช้ช้อนสั้นตักอาหารจากในนั้นแบ่งใส่ถ้วย ก่อนจะเดินมานั่งลงข้างเตียงอีกครั้ง คิโยชิมองเห็นแล้วว่าอาหารที่อีกคนทำมาให้กินเป็น โจ๊กไก่ มือหนากำลังจะยื่นมือไปรับถ้วยใบนั้นแต่มุราซากิบาระกลับรั้งเข้าหาตัว “ฉันป้อนเอง” มุราซากิบาระพูดออกไป มือก็จับปลายช้อนสั้นคน ๆ โจ๊กในถ้วยเบา ๆ “ฉันลุกขึ้นนั่งยังไหวเลย…แค่ก ๆ…..แค่นี้..กินเองได้ ไม่ต้องป้อนหรอก” คิโยชิเอามือข้างซ้ายป้องปากเวลาไอ ส่วนอีกมือก็กำลัง ทำท่าทางจะยื่นมือมาเอาถ้วยที่อีกคนถืออยู่อีก มุราซากิบาระรั้งถ้วยใบนั้นเข้าหาตัวสุด ๆ แล้วเอามือใหญ่ๆ บังไว้ด้วย “จะป้อนให้” “ไม่ต้อง กินเองได้” “ป้อนให้ ” “กินเองได้” “ป้อนให้ ” “กินเองได้” เรียวคิ้วเหนือดวงตาสีม่วงสวยเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ ก่อนจะโวยวายเสียงดังออกมา “คิโยชิดื้อชะมัด!! ทีตอนฉันป่วย ฉันยังให้นายป้อนเลย ตอนนี้นายก็ทำตัวดี ๆ ให้ฉันป้อนซะ!!” “อยากป้อน เพราะฉันเคยป้อนอาหารให้กินตอนนายป่วยเนี้ยนะ” “ใช่” คิโยชิพอได้ยินอะไรแบบนี้ มันอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ฮะๆๆๆ ฮะๆๆๆ ….แค่กๆ…..ฮะๆๆ” ‘ ที่หัวเราะไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่เพราะชอบใจต่างหาก กับไอ้เรื่องแบบนี้พอเป็นอัตสึชิทำ มันรู้สึกว่าน่ารักดี ‘ “อะไร!! ไม่เห็นตลก หัวเราะทำไม” “ฮะๆ…..แค่กๆ…..ฮะๆ” ตอนนี้คิโยชิทั้งหัวเราะทั้งไอไปพร้อมกัน จนคนที่อยากป้อนโจ๊กให้เริ่มหงุดหงิดกว่าเดิม “คิโยชิบ้า หัวเราะอยู่ได้ จะกินมั้ย โจ๊กเนี้ย!!” “กินสิกิน ฮะๆ ….ฝืด……ทะ โทษทีไม่หัวเราะแล้ว” คิโยชิปาดน้ำตาที่ไหลเล็ดออกมาจากหางตาเพราะหัวเราะมากไป พร้อมสูดน้ำมูกไม่ให้ไหลไปด้วย เพราะถ้าไม่หยุดหัวเราะโจ๊กที่จะป้อนเข้าปากดี ๆ อาจจะเทลงบนหัวคิโยชิแทน “งั้นรบกวนด้วยนะ” คิโยชิยิ้มให้มุราซากิบาระ ที่ตอนนี้กำลังใช้มือจับปลายช้อนสั้นคน ๆ โจ๊กในถ้วย ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเบา ๆ ลดความร้อนของโจ๊กให้อุ่น พอที่คนจะทานเข้าไปได้ แล้วยื่นมาจ่อใกล้ริมฝีปากของคิโยชิ คิโยชิอ้าปากรับไปด้วยความเต็มใจ “อร่อยมั้ย” “อืม…อร่อยดี อัตสึชิ” พูดไปแล้วยิ้มให้คนตัวโตที่ตอนนี้เรียวคิ้วไม่ขมวดแล้ว แถมยิ้ม บาง ๆ กลับหาให้คิโยชิเช่นกัน มุราซากิบาระนั่งป้อนอาหารไปเรื่อย ๆ แบบนี้ จนกระทั้งเป็นคิโยชิเอง ที่ห้ามไว้ว่ากินไม่ไหวแล้ว ถึงวางมือ คนตัวโตลุกขึ้นเดินไปวางถ้วยไว้ ที่โต๊ะเตี้ยกลางห้อง ก่อนจะเลื่อนมือขวาไปจับตรงที่จับฝาปิดแก้วใส สำหรับใส่น้ำยกฝาขึ้นวางหงายไว้ที่โต๊ะ และเลื่อนมือมาที่หูจับของเหยือกน้ำสเตนเลส ใช้นิ้วหัวแม่มือกดเปิดฝาที่ปิดให้เปิดขึ้นก่อนจะรินน้ำใส่แก้วพอประมาณ ไม่ลืมที่จะหยิบเม็ดยาขึ้นมาด้วยมือซ้าย เดินกลับมายืนที่ข้างเตียงยื่นทั้งสองอย่างให้คิโยชิ คิโยชิรับยาไปกินอย่างว่าง่ายพร้อมกับดื่มน้ำตาม คิโยชิยื่นแก้วที่ดื่มน้ำหมดแล้วคืนให้มุราซากิบาระที่ยืนรอรับแก้วอยู่แล้ว ก่อนเจ้าตัวจะเดินไปวางแก้วไว้ที่โต๊ะเตี้ยกลางห้อง และเดินออกจากห้องนอนไป กลับมาพร้อม กะละมังใบเล็กซึ่งภายในนั้นมีแก้วที่บรรจุยาสีฟันแบบน้ำไว้ และมีแปรงสีฟันด้วย แค่คิโยชิเห็นก็ยิ้มชอบใจกับความเอาใจใส่เล็กๆ ของมุราซากิบาระ หลังจากคิโยชิแปรงฟันเรียบร้อย ทั้งสองนั่งคุยอะไรกันไปได้สักพัก ยาที่ทานไปก็เริ่มจะออกฤทธิ์ คิโยชิค่อย ๆ นอนลงซุกตัวเข้าใต้ผ้าห่ม หยิบหน้ากากอนามัยมาคาดอีกครั้งก่อนจะหลับตาลง คิโยชิได้ยินเสียงเก็บถ้วยแก้วกระทบกันเบา ๆ ‘อัตสึชิคงเก็บของเหล่านั้นแล้วเดินออกจากห้องนอน’ นั้นคือสิ่งที่คิโยชิคิดระหว่างที่ใกล้เข้าสู่นิทรา ตอนนี้เสียงเหล่านั้นมันเงียบไปแล้ว . . . แต่จู่ ๆ บริเวณข้างซ้ายของเตียงที่คิโยชินอนอยู่ก็ยวบลง พร้อมกับสัมผัสได้ว่ามีปลายนิ้วมาเกี่ยวดึง เอาหน้ากากอนามัยลงมาถึงคางของตน ก่อนที่จะลืมตาเปิดขึ้นมาเต็มที่ ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไป คิโยชิสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบลงมาริมฝีปากของตน นุ่มนวลและอ่อนหวาน จนเผลอตอบรับสัมผัสนั้นไป แต่เพียงแค่ชั่วครู่ สัมผัสนั้นก็ถอยห่างออกไป ให้คิโยชิได้สูดเอาอากาศเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะปรือตาขึ้นมองคนฉวยโอกาส ที่ยังไม่เอาหน้าห่างออกไปไหนไกล ฝามือใหญ่ข้างซ้ายยังยันอยู่กับเตียง ฝามือใหญ่ข้างขวายังสัมผัสจับที่แก้มซ้ายของคิโยชิ ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือลูบไปมาเบาๆ “หายป่วยไว ๆ ” มุราซากิบาระพูดบอก ด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะก้มลง จูบสัมผัสไปที่ริมฝีปากของคิโยชิอีกครั้งเพียงแป๊ปเดียวแล้วผละออก ก่อนเจ้าตัวลุกขึ้นจากเตียง เดินไปหยิบถาดที่มีของที่เจ้าตัวยกมาทั้งหมดแล้วเดินออกจากห้องนอนไป ทำเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ดะ เดี๋ยวก็ติดหวัดหรอก” คิโยชิพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะเอาหัวซุกเข้าไปใต้ผ้าห่ม เพราะตอนนี้ หน้ามันแดงเห่อร้อนไปหมด ไม่ใช่แค่พิษไข้อย่างเดียว แต่เพราะความอายของเจ้าตัวด้วยที่ไม่เคยชินกับอะไรแบบนี้สักที ——————————— เป็นฟิคม่วงไม้ ที่คิดออกมาตอนตัวเองป่วยค่ะ เหะ ๆ มีเพิ่มเติมอะไรไปนิด ๆ หน่อย ๆ อ่า เพราะหัวข้อเกี่ยวกับ น้ำตา จริง ๆ ไม่ต้องมาจากความเศร้าก็ได้ เพราะการหัวเราะ เพราะมีความสุข บางทีก็มีน้ำตาออกมาค่ะ น้ำตาแห่งความสุข นะคะ
---------------
contact me :

