[KNB] Happy MuraKiyo’s Day 2019 !!!

ในความเห็นส่วนตัวมุคคุงกับพี่เทปชอบกินขนมเหมือนกันนะ 🙂
คบกันมานาน เราว่าต้องพากันทัวร์ไปร้านขนมอร่อย ๆ กันตลอดแน่ ๆ เลย 
//อยากจะมโนปล่อยเรา 5555

[KNB] Happy MuraKiyo’s Day 2018 !!!

ปีนี้ไม่ได้ตัดต่อรูปค่ะ แต่มีเพลงคู่ชิปม่วงไม้ค่ะ 
สำหรับรูปที่ลงนี้ ส่วนตัวชอบๆๆๆ ชอบความอยากคุยของพี่เทป555
มุคคุงดูรำคาญอะ แต่พี่อยากคุยงี้ จะมีอีกรูปที่มุคคุงชี้บอกคนในทีมเซย์ริน
ประมาณว่า ช่วยพาคิโยชิไปไกล ๆ ที 5555 ตลกน่ารักชะมัดเลย

อะเครมาเรื่องเพลง
ม่วงไม้ มี tip off นะ (เข้าสู่โหมดมโนแลนด์อีกแล้ว 555 ) 
อันนี้ตัดต่อไว้ตั้งแต่ปี 58 ( .___.)
ใช้โปรแกรม Nero อืมม….
เวอร์ชั่น 8 ถ้าเราจำไม่ผิดนะ
ตัดต่อเพลงไว้สั้นมากช่วงแนะนำตัว 25 วิ เอง 5555   ฟังวนไป 25 วิ
happy ม่วงไม้ เดย์ค่ะ   
 
https://soundcloud.com/user-304860371/murakiyo-tip-off-intro-short-version 

[KNB] Happy MuraKiyo’s Day 2017 !!!

มุคคุงผู้หิวโหยในตัว คิโยชิ เทปเปย์ กับ คางามิเทนชิผู้พยายามปกป้องเซมไปของเขา 55555 

edit by me

[KNB] Happy MuraKiyo’s Day 2015 !!!

สุขสันต์ วันม่วงไม้ ค่ะ เย้!!!!!!!!!!  มุคคุงกับพี่เทป  รักกันยืนยาวนะคะ
ตัดต่อรูปรอบนี้อย่างเพลินมากค่ะ ชอบคู่นี้ 
เวลาอยู่ด้วยกันมันน่ารักมุ้งมิ้ง อบอุ่นดีค่ะ >////< 

[ Knb – Murasakibara x Kiyoshi , Murakiyo , ม่วงไม้ ]”น้ำตา” ห้วข้อส่ง kurobasu_weekly

Title : ป่วย
Author: Nunsalam304
Fandom : Kuroko no Basket
Paring : Murasakibara Atsushi x Kiyoshi Teppei ( Murakiyo )
Rating :
Note : 
“พึ่งรู้ว่าคนติงต๊องก็เป็นหวัดได้”
“นายอย่าพูดงั้นสิ อัตสึชิ~….แค่ก…..แค่ก….”
 
 
เสียงพูดรอดผ่านหน้ากากอนามัย ตอบกลับไปพร้อมกับเสียงไอของคนผมสีน้ำตาลเข้ม
ที่หันหน้ามาตอบทั้ง ๆ ที่นอนซุกตัวอยู่กับผ้าห่ม ใบหน้าแดงไปด้วยพิษของไข้หวัด 
บนหน้าผากก็มีแผ่นเจลลดไข้ปะอยู่ ส่วนคนที่พูดว่าคนกำลังป่วยว่าติงต๊อง 
กำลังเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถือถาดที่มีหม้อเซรามิคขนาดกลางมีฝาปิด 
พร้อมถ้วยแบ่งและช้อนสั้น ข้าง ๆ ก็มีถ้วยพลาสติกเล็ก ๆ 
ใส่ยาลดไข้และแก้หวัดอย่างละเม็ด ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ 
ถือถาดมาวางที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเตี้ย ที่อยู่กลางห้องนอน 
ก่อนจะเดินมานั่งลงบนเตียงข้างคนป่วย
 
 

“นายน่าจะ…แค่ก ๆ….คาดหน้ากากอนามัยเข้ามานะ เดี๋ยวก็ติดหวัดฉันหรอก”
คิโยชิเอ่ยบอกกับมุราซากิบาระ
“ฉันแข็งแรงกว่านาย ของพรรค์นั้นมันไม่จำเป็นหรอก” 
เสียงยานคางอันเป็นเอกลักษณ์ของคนผมสีม่วงเอ่ยขึ้นอีก
เล่นเอาคนป่วย ฉายา ‘หัวใจเหล็ก’ อย่างคิโยชิ เทปเปย์ ผู้ไม่ยอมแพ้ใคร 
มองอีกคนด้วยสายตาปรือ ๆ ตามแบบคนป่วย
ใช้ปลายนิ้วมือข้างขวาดึงเอาหน้ากากอนามัยลงมาถึงคาง 
ไหน ๆ คนตัวโตตรงหน้าก็ไม่กลัวติดหวัดอยู่แล้ว
เปิดหน้ากากออกพูดจะได้ยินให้ชัด ๆ ไปเลย
 
 
 
“ฉันก็ แข็งแรงกว่านาย….แค่ก!!…แค่ก!!….แข็งแรงกว่านายเยอะด้วย….แค่ก!!…”
“นี่…ขนาดป่วยยังกล้าพูดนะนาย”  ปลายนิ้วชี้ข้างขวาของคนร่างสูงใหญ่ 
จิ้มๆๆๆๆๆ เข้าไปที่หน้าผากของอีกคนที่มีเจลลดไข้ปะอยู่ ด้วยความหมั่นไส้

“แหงะ~ อัตสึชิ อย่าทำแบบนี้….แค่กๆ!! ….แค่กๆ!!…ฉันเป็นคนป่วยนะ….
แค่กๆ!! ….อย่าแกล้งกันสิ  ฝืด!! หยุดนะ หยุดดดด ” 
คิโยชิทำหน้าอย่างกะคนจะร้องไห้ พูดไปทั้งที่ยังไอและก็ต้องพยายามสูดน้ำมูก
ไม่ให้ไหล มือหนาทั้งสองข้างจับไปที่มือใหญ่ ๆ  พยายามจะดันออกทั้ง ๆ 
ที่ไม่ค่อยจะมีแรง
 
“เพราะคิโยชิ ชอบพูดอะไรที่ มันน่าหมั่นไส้เองต่างหาก น่าหมั่นไส้สุด ๆ” 
ไม่พูดเปล่า ปลายนิ้วชี้ของมุราซากิบาระยังคงจิ้มๆ  ไปที่หน้าผากของคิโยชิ 
อีก 3-4 ที ก่อนจะละมือออกมา มองหน้าคิโยชิ
 
 
“ถ้าช่างพูดได้ขนาดนั้น ลุกมาทานอาหารทานยาคงจะไหวใช่มั้ย ?? ”
มันช่างเป็นคำถามที่แปร่ง ๆ ที่ปนมาพร้อมกับน้ำเสียงแห่งความห่วงใย
ตามแบบฉบับของมุราซากิบาระ มันทำให้คิโยชิอดคิดไม่ได้ว่า  
ชอบว่าเรานู้นนี่นั้น แต่ก็ห่วงเรานี่นะ ถึงคำถามจะดูแม่งๆ หูไปเสียหน่อย  

‘นายมันน่ารักตรงนี้แหละ อัตสึชิ’ คิโยชิคิดไปก็เผลอยิ้มแบบเต็มที่สุด ๆ  ออกมา
 
“ยิ้มอะไรหนักหนาน่ะ เป็นไข้จนบ้าหรือไง”  มุราซากิบาระเอ่ยถาม
พร้อมหรี่ตามองคิโยชิที่กำลังใช้มือยันตัวลุกขึ้นมานั่ง 
โดยมุราซากิบาระเองก็ช่วยประคองคนป่วยให้มานั่งพิงหัวเตียงดี ๆ
“ใช่ ซะที่ไหนเล่า มีความสุขมากไปต่างหาก….ฝืด…..” 
คิโยชิบอกไปแบบนั้นสูดน้ำมูกไม่ให้ไหลไปด้วย
“อะไรของนายน่ะ” ทำเอามุราซากิบาระทำหน้าเหวอ ด้วยความ งง
“ไม่มีอะไร…. แค่กๆ…ไหน ๆ ขอลองชิมอาหารฝีมือของอัตสึชิหน่อยสิ”
คิโยชิพูดก่อนจะเอามือทั้งสองหยิบจับหน้ากากอนามัยที่คาดไว้ออกก่อนจะ
วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง
 
 
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเตี้ย ที่ตัวเองวางถาด
ที่มีหม้อเซรามิคใส่อาหารมา
มือใหญ่จับตรงที่จับฝาหม้อเปิดฝาหงายขึ้น แล้ววางไว้ข้าง ๆ หม้อเซรามิค
ใช้ช้อนสั้นตักอาหารจากในนั้นแบ่งใส่ถ้วย ก่อนจะเดินมานั่งลงข้างเตียงอีกครั้ง
คิโยชิมองเห็นแล้วว่าอาหารที่อีกคนทำมาให้กินเป็น โจ๊กไก่ 
มือหนากำลังจะยื่นมือไปรับถ้วยใบนั้นแต่มุราซากิบาระกลับรั้งเข้าหาตัว
 
 
“ฉันป้อนเอง” มุราซากิบาระพูดออกไป มือก็จับปลายช้อนสั้นคน ๆ โจ๊กในถ้วยเบา ๆ
“ฉันลุกขึ้นนั่งยังไหวเลย…แค่ก ๆ…..แค่นี้..กินเองได้ ไม่ต้องป้อนหรอก” 
คิโยชิเอามือข้างซ้ายป้องปากเวลาไอ ส่วนอีกมือก็กำลัง 
ทำท่าทางจะยื่นมือมาเอาถ้วยที่อีกคนถืออยู่อีก  
มุราซากิบาระรั้งถ้วยใบนั้นเข้าหาตัวสุด ๆ แล้วเอามือใหญ่ๆ บังไว้ด้วย
 

“จะป้อนให้”
“ไม่ต้อง กินเองได้”
“ป้อนให้ ”
“กินเองได้”
“ป้อนให้ ”
“กินเองได้”


เรียวคิ้วเหนือดวงตาสีม่วงสวยเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ 
ก่อนจะโวยวายเสียงดังออกมา
“คิโยชิดื้อชะมัด!!  ทีตอนฉันป่วย ฉันยังให้นายป้อนเลย 
ตอนนี้นายก็ทำตัวดี ๆ ให้ฉันป้อนซะ!!”
“อยากป้อน เพราะฉันเคยป้อนอาหารให้กินตอนนายป่วยเนี้ยนะ”
“ใช่”
คิโยชิพอได้ยินอะไรแบบนี้ มันอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
 
“ฮะๆๆๆ ฮะๆๆๆ ….แค่กๆ…..ฮะๆๆ”
 
 
‘ ที่หัวเราะไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่เพราะชอบใจต่างหาก
กับไอ้เรื่องแบบนี้พอเป็นอัตสึชิทำ มันรู้สึกว่าน่ารักดี ‘
 
 
“อะไร!! ไม่เห็นตลก หัวเราะทำไม”
“ฮะๆ…..แค่กๆ…..ฮะๆ” ตอนนี้คิโยชิทั้งหัวเราะทั้งไอไปพร้อมกัน
จนคนที่อยากป้อนโจ๊กให้เริ่มหงุดหงิดกว่าเดิม
“คิโยชิบ้า หัวเราะอยู่ได้ จะกินมั้ย โจ๊กเนี้ย!!”
“กินสิกิน ฮะๆ ….ฝืด……ทะ โทษทีไม่หัวเราะแล้ว” 
คิโยชิปาดน้ำตาที่ไหลเล็ดออกมาจากหางตาเพราะหัวเราะมากไป 
พร้อมสูดน้ำมูกไม่ให้ไหลไปด้วย
 
 
เพราะถ้าไม่หยุดหัวเราะโจ๊กที่จะป้อนเข้าปากดี ๆ อาจจะเทลงบนหัวคิโยชิแทน
 
 
“งั้นรบกวนด้วยนะ” คิโยชิยิ้มให้มุราซากิบาระ
ที่ตอนนี้กำลังใช้มือจับปลายช้อนสั้นคน ๆ โจ๊กในถ้วย
ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเบา ๆ ลดความร้อนของโจ๊กให้อุ่น พอที่คนจะทานเข้าไปได้
แล้วยื่นมาจ่อใกล้ริมฝีปากของคิโยชิ คิโยชิอ้าปากรับไปด้วยความเต็มใจ
 
 
“อร่อยมั้ย”
“อืม…อร่อยดี อัตสึชิ” พูดไปแล้วยิ้มให้คนตัวโตที่ตอนนี้เรียวคิ้วไม่ขมวดแล้ว
แถมยิ้ม บาง ๆ กลับหาให้คิโยชิเช่นกัน
 
 
มุราซากิบาระนั่งป้อนอาหารไปเรื่อย ๆ แบบนี้ จนกระทั้งเป็นคิโยชิเอง
ที่ห้ามไว้ว่ากินไม่ไหวแล้ว ถึงวางมือ คนตัวโตลุกขึ้นเดินไปวางถ้วยไว้
ที่โต๊ะเตี้ยกลางห้อง ก่อนจะเลื่อนมือขวาไปจับตรงที่จับฝาปิดแก้วใส
สำหรับใส่น้ำยกฝาขึ้นวางหงายไว้ที่โต๊ะ และเลื่อนมือมาที่หูจับของเหยือกน้ำสเตนเลส
ใช้นิ้วหัวแม่มือกดเปิดฝาที่ปิดให้เปิดขึ้นก่อนจะรินน้ำใส่แก้วพอประมาณ 
ไม่ลืมที่จะหยิบเม็ดยาขึ้นมาด้วยมือซ้าย 
เดินกลับมายืนที่ข้างเตียงยื่นทั้งสองอย่างให้คิโยชิ  
คิโยชิรับยาไปกินอย่างว่าง่ายพร้อมกับดื่มน้ำตาม
คิโยชิยื่นแก้วที่ดื่มน้ำหมดแล้วคืนให้มุราซากิบาระที่ยืนรอรับแก้วอยู่แล้ว 
ก่อนเจ้าตัวจะเดินไปวางแก้วไว้ที่โต๊ะเตี้ยกลางห้อง และเดินออกจากห้องนอนไป 
กลับมาพร้อม กะละมังใบเล็กซึ่งภายในนั้นมีแก้วที่บรรจุยาสีฟันแบบน้ำไว้
และมีแปรงสีฟันด้วย แค่คิโยชิเห็นก็ยิ้มชอบใจกับความเอาใจใส่เล็กๆ ของมุราซากิบาระ
หลังจากคิโยชิแปรงฟันเรียบร้อย ทั้งสองนั่งคุยอะไรกันไปได้สักพัก 
ยาที่ทานไปก็เริ่มจะออกฤทธิ์ คิโยชิค่อย ๆ นอนลงซุกตัวเข้าใต้ผ้าห่ม 
หยิบหน้ากากอนามัยมาคาดอีกครั้งก่อนจะหลับตาลง
คิโยชิได้ยินเสียงเก็บถ้วยแก้วกระทบกันเบา ๆ 


‘อัตสึชิคงเก็บของเหล่านั้นแล้วเดินออกจากห้องนอน’


นั้นคือสิ่งที่คิโยชิคิดระหว่างที่ใกล้เข้าสู่นิทรา
ตอนนี้เสียงเหล่านั้นมันเงียบไปแล้ว
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 



 
 
 
 
แต่จู่ ๆ บริเวณข้างซ้ายของเตียงที่คิโยชินอนอยู่ก็ยวบลง
พร้อมกับสัมผัสได้ว่ามีปลายนิ้วมาเกี่ยวดึง
เอาหน้ากากอนามัยลงมาถึงคางของตน
 
 
 
 
ก่อนที่จะลืมตาเปิดขึ้นมาเต็มที่
 
 
ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไป
 
 
 
คิโยชิสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบลงมาริมฝีปากของตน นุ่มนวลและอ่อนหวาน
จนเผลอตอบรับสัมผัสนั้นไป  แต่เพียงแค่ชั่วครู่ สัมผัสนั้นก็ถอยห่างออกไป
ให้คิโยชิได้สูดเอาอากาศเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะปรือตาขึ้นมองคนฉวยโอกาส
ที่ยังไม่เอาหน้าห่างออกไปไหนไกล ฝามือใหญ่ข้างซ้ายยังยันอยู่กับเตียง 
ฝามือใหญ่ข้างขวายังสัมผัสจับที่แก้มซ้ายของคิโยชิ  
ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือลูบไปมาเบาๆ 

“หายป่วยไว ๆ ”  มุราซากิบาระพูดบอก ด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะก้มลง
จูบสัมผัสไปที่ริมฝีปากของคิโยชิอีกครั้งเพียงแป๊ปเดียวแล้วผละออก 
ก่อนเจ้าตัวลุกขึ้นจากเตียง
เดินไปหยิบถาดที่มีของที่เจ้าตัวยกมาทั้งหมดแล้วเดินออกจากห้องนอนไป
ทำเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
 
 
 
“ดะ เดี๋ยวก็ติดหวัดหรอก” คิโยชิพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะเอาหัวซุกเข้าไปใต้ผ้าห่ม 
เพราะตอนนี้ หน้ามันแดงเห่อร้อนไปหมด ไม่ใช่แค่พิษไข้อย่างเดียว 
แต่เพราะความอายของเจ้าตัวด้วยที่ไม่เคยชินกับอะไรแบบนี้สักที
 
 
 
———————————
เป็นฟิคม่วงไม้ ที่คิดออกมาตอนตัวเองป่วยค่ะ เหะ ๆ
มีเพิ่มเติมอะไรไปนิด ๆ หน่อย ๆ
อ่า เพราะหัวข้อเกี่ยวกับ น้ำตา จริง ๆ ไม่ต้องมาจากความเศร้าก็ได้
เพราะการหัวเราะ เพราะมีความสุข บางทีก็มีน้ำตาออกมาค่ะ
 
 
น้ำตาแห่งความสุข นะคะ 
---------------
contact me :

[ Knb – Murasakibara x Kiyoshi , Murakiyo , ม่วงไม้ ] Chocolate Cake

Title : Chocolate Cake
Author: Nunsalam304
Fandom : Kuroko no Basket
Paring : Murasakibara Atsushi x Kiyoshi Teppei ( Murakiyo )
Rating : PG-17
Note : อ่า ย้ำอีกทีก็ น่าจะเป็น PG-17 นะคะ เหะ ๆ
เนื้อเรื่องประมาณว่ายังเป็นช่วงที่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่ค่ะ เป็นแฟนกัน
คิโยชิยังอยู่โตเกียว มุคคุงก็อยู่อากิตะ  //มโนไปค่ะ มโนทั้งนั้น 

xxxx/02/07
 
‘อืม……. จะซื้อแบบไหนให้ดีล่ะเนี้ย’ 

หนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้ม
เรียวคิ้วหนาเหนือดวงตาขมวดเข้านิด ๆ อย่างใช้ความคิด
ขณะกำลังยืนก้มมองดูขนมเค้กที่มีอยู่หลากหลายแบบในตู้โชว์
ภายในห้างสรรพสินค้าตรงแผนกขนมหวาน
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดสายตามองดูขนมเค้กไปเรื่อย ๆ ตามตู้โชว์เค้กเหล่านั้น
และก็คิดไม่ตกซะทีว่าจะเลือกแบบไหน
เพราะที่วาง ๆ ให้เห็นอยู่นี้ รูปร่างและสีสัน ก็ดูน่าทานไปหมด
ที่ต้องคิดเยอะขนาดนี้เพราะคนที่คิโยชิอยากจะซื้อไปให้เป็นคนที่
ทานของพวกนี้ออกจะบ่อย
เรียกว่า เป็นชีวิตประจำวันเลยถึงจะถูกต้องกว่า
 
 
 
 
 
 
‘ ของกินที่เป็นขนมหวานอัตสึชิไม่เบื่อหรอก จะซื้อแบบไหนไปก็คงจะกิน
ถึงเดินมาแผนกขนมนี้ก่อน แต่….ขึ้นชื่อว่า คนรัก
ในวันพิเศษอย่างวาเลนไทน์ ก็อยากให้อะไรพิเศษ หรือทำอะไรพิเศษให้
แต่มันจะดูแย่..อีกหรือเปล่า..สำหรับคนที่ตนจะให้ของ
เพราะปีแรกของวาเลนไทน์ของเราสองคนนั้น เคยซื้อเสื้อยืดคู่รัก
พื้นผ้าสีชมพูอ่อนลายตรงกลางเป็นรูปหน้าคุณหมีเขียนว่า KUMA
ก็เห็นมันน่ารักดี แต่พออัตสึชิเห็นก็ทำหน้าเอือมระอาใส่
แล้วติว่า "เซนต์ในการเลือกของขวัญ ของคิโยชิแย่ชะมัด"
ถึงจะบ่นอะไรแบบนั้นแต่ก็ยอมใส่คู่กันเวลาไปเที่ยวด้วยกันอยู่ดี
ตั้งแต่นั้น มันก็เลยเป็นปมอ่อน ๆ ในการเลือกของยังไงก็ไม่รู้ '
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เพราะใช้เวลาดูเค้กอยู่นานพอสมควรแต่ก็ตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี
และเห็นว่ายังไงเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะวันวาเลนไทน์
คิโยชิจึงเลือกที่จะเดินออกมาจากแผนกขนมหวานในซุปเปอร์ชั้นล่างสุด
ไปดูอย่างอื่นบ้าง ร่างสูงเดินไปทางบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปชั้นบนในหัวก็ยังคิด
เรื่องของขวัญหรือสิ่งที่อยากจะทำให้คนรักของตัวเองอยู่ตลอด
สาวเท้าเดินมาเรื่อยจนมาถึงชั้น 2 โดยใช้บันไดเลื่อน 
ร่างสูงเดินไปคิดไป เดินไปคิดไป
สายตาก็มาสะดุดกับป้ายโลโก้อักษรสีขาวพื้นหลังสีแดงเลือดหมู
เป็นร้านที่มีของค่อนข้างเยอะ แต่การจัดวางของที่ดูเรียบร้อย และเรียบง่าย
ทำให้ดูโล่งสบายตา ตามแบบฉบับของร้านนี้
และเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก 
จึงมีแคมเปญพิเศษของทางร้านจัดให้กับคู่รักโดยเฉพาะ
ถึงกับทำให้คิโยชิที่กำลังยืนอ่านป้ายโฆษณาแคมเปญนั้น
ยิ้มกว้างออกมา ก่อนที่จะเดินไปที่เคาเตอร์แคชเชียร์

“สวัสดีครับ คือผม………”
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
xxxx/02/13
เวลา 22 ทุ่ม 30 นาที
 
 
แกร๊ก
แอ๊ด….ปัง
 
 
เสียงไขประตูมาพร้อมกับ เสียง เปิด-ปิดประตูดังขึ้นภายในอพาร์ทเม้นท์


ทำให้ร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มเจ้าของห้องที่กำลังทำอะไรอยู่ภายในครัวสะดุ้งนิด ๆ
เงยหน้าขึ้นจากชามสแตนเลสที่มือซ้ายจับขอบชามอยู่
ที่ข้างในใส่ช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมต่าง ๆ ที่เหลวแล้ว
จากการใช้เครื่องตีผสมอาหารไปเมื่อครู่ มือขวาจับด้ามไม้พายทำขนม
ถือค้างคาจากที่กำลังคนช็อกโกแลตเหลวในชามอยู่

 

‘เอ๊ะ? เราอยู่คนเดียว ทำไมมีเสียงเปิด-ปิดประตูล่ะ? หรือเสียงข้างห้อง? 
คนที่มีกุญแจห้องก็มีแต่ตัวเราเอง กับ………อัตสึชิ
อืมๆ……..อัตสึชิ…………..อัตสึชิ…………’










‘อัตสึชิ!!!!!!’










เหมือนพึ่งประมวลผลในหัวเสร็จคิโยชิรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องครัวอย่างรวมเร็ว
ไปที่ทางเดิน เป้าหมายตรงประตูทางเข้าอาร์ทเม้นท์ อารามตกใจของเจ้าตัว
ดันเดินออกมาทั้ง ๆ ที่ยังสวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีชมพูอยู่ พร้อมชามช็อกโกแลต
และไม้พายทำขนมที่คาอยู่ในชาม ติดมือออกมาด้วย






เดินมาถึงทางเดินหน้าประตูคิโยชิก็เห็น
หนุ่มร่างสูงใหญ่ผมสีม่วงกำลังนั่งถอดรองเท้าที่ใส่อยู่ออกเก็บเข้าตู้วางรองเท้า
ข้าง ๆ ตัว มีถุงหูหิ้วใบโตที่บรรจุซองขนมที่เจ้าตัวชอบซื้อกินเต็มไปหมด
 



 

‘เปิดเข้ามาเองได้เพราะ กุญแจสำรองที่เคยให้ไว้สินะนี่’
‘หว่า โผล่มาวันนี้ ที่ตั้งใจเซอร์ไพรส์ก็ไม่เซอร์ไพรส์แล้วสิ ‘
คิโยชิคิดแล้วทำหน้าเสียดายออกมาก่อนจะเอ่ย
 
 
 



“อัตสึชิ ทำไมมาวันนี้ล่ะ นัดกันพรุ่งนี้นี่นา”
คิโยชิพูดถามออกมาขณะเดินไปช่วยหยิบถุงหูหิ้วใบโตขึ้นติดมือไปด้วย
ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปที่ห้องรับแขก
แล้ววางชามสแตนเลสและถุงหูหิ้วที่บรรจุขนมไว้ที่โต๊ะรับแขก
มุราซากิบาระที่เดินตามหลังเข้ามาหลังจากล็อคประตูหน้าห้องเรียบร้อย 
คนตัวโตไม่ได้ตอบคำถามโดยทันที เดินผ่านตรงไปที่ห้องครัวไปที่ซิงค์ล้างจาน
เปิดก๊อตน้ำล้างมือ ปิดก๊อตน้ำ เช็ดมือให้แห้งแล้วถึงเดินกลับมาที่ห้องรับแขก 
เห็นคิโยชิยืนรอคำตอบอยู่ 
คนตัวโตแค่เดินเข้าไปใกล้คิโยชิแล้วโน้มตัวเข้าหา
เล่นเอาคิโยชิเลิ่กลั่กอย่างตั้งตัวไม่ทัน ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อพาดผ่าน
ต้องรีบยกฝามือขึ้นดันไปที่ไหลทั้งสองข้างของมุราซากิบาระ



"อะ..อะ...อัตสึชิ จะทำอะไรน่ะ!!"
"คิโยชิ ไม่อยากเจอฉันเร็ว ๆ หรือไง" มุราซากิบาระเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยานคาง
"ห๊ะ!? 
“ถามใกล้ขนาดนี้ยังจะมา ห๊ะ อีกนะนาย”  
ไม่พูดเปล่าฝามือใหญ่ของคนตัวโต
สัมผัสไปที่แก้มทั้งสองข้างของคิโยชิจับบีบยืดออกยืดเข้าไปมา
"โอ๊ย อัตสึชิ หยุด หยุดดด มันเจ็บนะ หยุดเล่นแก้มฉันได้แล้ว" 
คิโยชิร้องบอกพร้อมพยายามใช้ฝามือตัวเอง ตีๆ สลับกับ
พยายามแกะไปที่มือใหญ่ๆ ของมุราซากิบาระไปด้วย


"ตอบมาก่อนสิ ไม่อยากเจอฉันเร็ว ๆ หรือไง"
“กะ..ก็ต้องอยากเจอสิ แต่ฉันอยากทำเซอร์ไพรส์ให้อัตสึชินี่นา” 
“หืมมม...เซอร์ไพรส์?” พอได้ยินคำตอบมุราซากิบาระก็หยุดมือที่กำลัง
สนุกกับการได้บีบแก้มของคิโยชิ พร้อมหยุดโน้มตัวยืนตัวตรงเต็มความสูง
กอดอกมองหน้าคิโยชิที่กำลังเอาฝามือคลึงไปที่แก้มตัวเองที่พึ่งผ่านการ
โดนประทุษร้ายเมื่อกี้
“ก็ ฉันกำลังทำขนมเค้กช็อกโกแลตให้นายสำหรับวันวาเลนไทน์ 
แล้วทางร้านที่ฉันไปซื้อวัตถุดิบทำขนม
เขามีแคปเปญคู่รักด้วย”


พูดจบ คิโยชิก็เดินกลับเข้าไปที่ห้องนอน กลับออกมาพร้อมกล่องกระดาษ
ใส่ของอะไรบางอย่างยื่นให้มุราซากิบาระ ที่เอื้อมมือมารับไปดู 
กล่องกระดาษด้านบนเป็นพลาสติกใส ทำให้เห็นว่าภายใน
บรรจุตุ๊กตาหมีขนาดเหมาะมือ 2 ตัว เอาไว้ ตัวหนึ่งสีม่วง 
ตรงกลางลำตัวปักตัวอักษรที่ทำจากผ้าเป็นชื่อต้นของเขา 
กับอีกตัวเป็นสีชมพูมีชื่อต้นของคนตรงหน้าอยู่กลางลำตัวของตุ๊กตาเช่นกัน
พอมุราซากิบาระเงยหน้ามามองคิโยชิอีกที

สีหน้าหมนๆ และสายตาของคิโยชิ กำลังมองช็อกโกแลตเหลวในชามสแตนเลส
ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก มุราซากิบาระพึ่งจะมาสังเกตดี ๆ 
อีกคนยังสวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูอยู่เลยสงสัยเตรียมการไว้เซอร์ไพรส์เต็มที่ 
ถึงขั้นลงทุนทำของที่ตัวเองก็ไม่ได้ถนัดนักให้
ดวงตาสีม่วงสวยเบนสายตาหันมามองตามสิ่งที่คนรักมองอยู่อีกครั้ง
ก่อนที่จะเดินเอากล่องที่ใส่ตุ๊กตาหมีวางลงบนโต๊ะรับแขก
แล้วจึงเอื้อมมือหยิบด้ามจับไม้พายทำขนมปาดช็อกโกแลตเหลวขึ้นมาชิม
 

“ดะ ดะ เดี๋ยวสิ !!” คิโยชิพูดออกมาอย่างตกใจ
รีบไปยึดข้อมือของคนตัวโตกว่า แต่ก็ไม่ทัน 
เพราะมุราซากิบาระ ใช้ลิ้นเลียชิมไปนิด ๆแล้ว
 
“อืม………”
“เออ รสชาติเป็นไง”
“ก็หวาน แต่……….”
“หืม? แต่อะไรเหรออัต–?”
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
!!!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยังไม่ทันที่คิโยชิจะถามจบประโยคดี 
จู่ ๆ มุราซากิบาระก็เอื้อมแขนข้างซ้ายมารั้งเอวของอีกคนให้เข้าหาตัวเองอย่างแนบชิด
มุราซากิบาระวางไม้พายทำขนมไว้ในชามใส่ช็อกโกแลตดังเดิม
ก่อนใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือข้างขวาจุ่มเอาช็อกโกแลตที่ละลายอยู่ในชาม
แต้มปาดมาที่ริมฝีปากของคิโยชิทันที
 
 
“แต่ คิโยชิ เทปเปย์ หวานกว่า”
 
 
คำตอบที่สงสัยมาพร้อมกับปลายลิ้นอุ่นชื้นของมุราซากิบาระที่แตะ
เลียที่ริมฝีปากของคิโยชิครั้งหนึ่ง
ก่อนจะแนบจูบลงมาทั้งๆ ที่มีช็อกโกแลตเหลวยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของคิโยชิอยู่
เหตุการณ์มันกระทันหันจน ทำให้คิโยชิได้แต่เพียงหลับตาตอบรับจูบนั้น
จูบมันทั้งนุ่มนวลและหอมหวานไปด้วยรสของหวาน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รสจูบ
จูบรสช็อกโกแลต
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตอนนี้คิโยชิรู้สึกถึงเลือดที่ไหลเวียนสูบฉีดมารวมอยู่ที่ใบหน้าจนเห่อร้อนของตน
หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
มือไม้ไม่รู้จะวางตรงไหนก็ได้แต่แนบฝามือลงไปที่อกแกร่งของคนตัวโตกว่า
จูบของมุราซากิบาระเนิบนาบ ดูดดึงทั้งริมฝีปากบนและล่างของคิโยชิไปมา
ละเลียดเลียริมชิมรสช็อกโกแลตเหลวที่ติดอยู่จนหมด
 
คิโยชิครางในลำคอเบา ๆ เมื่อเรียวลิ้นอุ่นชื้นของคนตัวโตเริ่มแทรกกลีบปากเข้ามา
ขวานหาความหอมหวานในโพรงปากเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อดุนดันลิ้นของอีกคน
ให้ตอบสนองซึ่งก็ได้รับการตอบสนองกลับมาอย่างดี 
รู้สึกได้จากลิ้นของอีกคนที่ดุดดันกลับมาเช่นกัน
ฝามือทั้งสองข้างของคิโยชิที่แนบอยู่บนอกของมุราซากิบาระค่อยๆ 
เลื่อนแขนโอบรอบลำคอของคนตัวโตแทน
สอดปลายนิ้วแทรกเข้าไปในกลุ่มผมสีม่วงสวยนุ่มมือ
ดันท้าทอยของคนที่สูงกว่าเข้าหาให้จูบแนบชิดขึ้น
แขนแกร่งข้างซ้ายของมุราซากิบาระที่โอบรอบเอวคิโยชิไว้
ก็ไม่มีผ่อนแรงลงแม้แต่น้อยมีแต่จะกระชับกอดให้เข้าหาตัว
ฝามือใหญ่ข้างขวาก็รั้งท้ายทอยของคิโยชิไว้ 
มุราซากิบาระผละริมฝีปากออกมาเพียงเสี้ยววิเอียงหน้าเล็กน้อยปรับมุมก่อนจะ
ประกบจูบอีกครั้งเพื่อให้คิโยชิซึมซับจูบของตนได้มากขึ้น
จังหวะการจูบจากที่คิดว่าเนิบนาบในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นเร่งเร้าลึกซึ้งกว่าที่คิด
จนคิโยชิเริ่มจะทรงตัวเองยืนไม่ไหว
เหมือนคนตัวโตกว่าจะรู้สึกได้ถึงค่อย ๆ ดันตัวของคิโยชิให้ไปนั่งลงที่โซฟาที่อยู่ใกล้ๆ
แล้วขยับเปลี่ยนท่าทางยกตัวคิโยชิให้มานั่งคร่อมบนตักของตนแทน
“อ๊ะ!…อื้มมมมม”
คิโยชิสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนแข็งขืนเบื้องล่าง
ผ่านเนื้อผ้าของคนที่ตนนั่งคร่อมตักอยู่
จะผละจูบออกมาแต่ก็ยังโดนรั้งเข้าไปจูบอีก
บวกกับความร้อนแข็งขืนของตัวเองด้วยที่ไปชนกับหน้าท้องของอีกคน
ทำให้ใบหน้าของคิโยชิที่แดงอยู่แล้วจึงยิ่งแดงขึ้นไปอีก
 

มุราซากิบาระค่อย ๆ ละริมฝีปากออกมา ให้อีกฝ่ายได้หายใจเอาอากาศเข้าปอด
ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งมาจูบไล้ไปตามสันกรามลงมาซุกไซ้ซอกคอของคิโยชิ
ดูดเม้มสร้างรอยแดง
โดยคิโยชิก็เผลอเอียงคอให้อีกฝ่ายได้สัมผัสตามที่ต้องการ
เรียวลิ้นของคนตัวโตไล่เลียจากซอกคอขึ้นมาที่ใบหู ใช้ฟันขบกัดติ่งหูเบา ๆ
ให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดตนสะท้านเล่น
“หืมมม…แค่จูบ นายเป็นถึงขนาดนี้เลยนะ” มุราซากิบาระ เอ่ยถามเสียงแหบพร่า
ก้มมองจุดอ่อนไหวภายในกางเกงของอีกคน 
ที่ตอนนี้มันทั้งร้อนและแข็งมาชนหน้าท้องตนอยู่
ฝามือใหญ่แกล้งเอามือไปสัมผัสผ่านเบา ๆ เล่นเอาคนที่โดนกระทำสะดุ้ง
และยิ่งเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ด้วยแล้ว เขินจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน
“อ๊ะ.แฮ่กๆ…ว่าแต่ฉัน….นะ….นายก็เหมือนกัน….” 
คิโยชิได้แต่เถียงกลับไป แบบหอบหายใจไปพลาง พูดไปพลาง
“โห….กล้าพูดยอกย้อนจริงนะ…”
พูดจบฝามือใหญ่ของมุราซากิบาระทั้งสองข้างปลดถอดผ้ากันเปื้อนของอีกฝ่ายออก
ก่อนจะค่อย ๆ ล้วงมือผ่านชายเสื้อยืดเข้าไปสัมผัสที่กล้ามเนื้อหน้าท้องของคิโยชิ
ที่เป็นซิกแพคแน่นตึง ลูบไล้ วน ๆ ไปมาให้หดเกร็งเรียกเสียงครางเครือ
ของคิโยชิได้เป็นอย่างดี
ก่อนจะลามเรื่อยขึ้นมา สัมผัสกล้ามเนื้อหน้าอกทั้งสองข้าง
ใช้ปลายนิ้วจับดึงยอดอกนุ่มทั้งสองข้าง เค้นคลึงจนเป็นตุ่มไตแข็งชูชัน

 
“อ…อืมม..อะ..อัตสึชิ… ฮ๊า……..”
ใบหน้าของคิโยชิเชิดขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกจุด
ร่างกายสั่นสะท้าน แอ่นอกรับสัมผัสทุกจังหวะที่ปลายนิ้ว
จากฝามือใหญ่สัมผัสโดนอย่างลืมตัว
ฝามือหนาทั้งสองข้างของคิโยชิบีบจับไปที่บ่าของคนตัวโต 
เพื่อระบายอารมณ์ที่ได้รับอยู่ตอนนี้
“หึ ชอบล่ะสินะ” เสียงแหบพร่าของมุราซากิบาระพูดหยอกไป 
ตะหวัดปลายลิ้นที่คางของอีกคน
มือก็ยังทำหน้าที่ปรนเปรอให้ไม่หยุด
“ฉันชอบตอนนายมีอารมณ์นะ คิโยชิ”
ตัวมุราซากิบาระเองก็เช่นกันมีอารมณ์มากทุกครั้งที่ได้แตะต้องคน ๆ นี้
และรู้สึกดีสุด ๆ ที่คนตรงหน้าเป็นแบบนี้ได้ เพราะฝีมือของตน

 
มุราซากิบาระ เลื่อนมือมาจับชายเสื้อยืดของอีกคนเลื่อนให้สูงขึ้น 
เผยให้เห็นแผ่นอกกระเพื่อมไปตามแรงอารมณ์ 
กับยอดอกสีชมพูที่แข็งชูชันยั่วสายตาอย่างกะเชิญชวนให้ครอบครอง
คนตัวโตกระตุกยิ้มที่มุมปาก เอาหน้าเข้าไปใกล้ยอดอกข้างหนึ่ง 
ใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นตวัดโลมเลียไปมา ก่อนจะใช้ริมฝีปากดูดคลึงยอดอก
แล้วครอบครองเข้าโพรงปากใช้ลิ้นปาดเลียเร่งจังหวะ
ยิ่งเรียกเสียงครางทุ้มหวานให้ดังขึ้นไปอีก
ร่างกายของคิโยชิสั่นสะท้านได้แต่แอ่นอกรับ เร้าๆ ไปตามจังหวะที่อีกคนมอบให้
“ฮ๊ะ….อ๊ะ.อัตสึชิ..ฮะ..อื้มมมมม”


อากาศภายในห้องไม่ได้ร้อนอะไรแต่หยดเหงื่อไหลอาบร่างกายจนเปียกกันทั้งสองคน
ใบหน้าแดงก่ำไปพร้อม ๆ กัน ลมหายใจร้อนรดรินผิวหน้าซึ่งกันและกัน
หัวใจที่เต้นแรงเร็วบีบอัดให้เลือดมันพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย
เสียงครางอืออึงด้วยแรงอารมณ์
เสียงจากการจูบแลกลิ้นกันของเนื้อริมฝีปากของทั้งคู่ดังอยู่รอบ ๆ 
ห้องรับแขกอย่างต่อเนื่องมีบ้างที่ผละริมผีปากออกจากกันเพียงเล็กน้อย 
เส้นใยบาง ๆ ยืดเชื่อมระหว่างปลายลิ้นของทั้งคู่
ก่อนจะประกบจูบเข้าหากันอีกครั้งและอีกครั้งไม่รู้เบื่อ
เสื้อผ้าท่อนบนที่เคยอยู่บนตัวของคนทั้งสองถูกถอดออกไปกองอยู่ข้างโซฟา
ทำให้ผิวเนื้อตัวท่อนบนเสียดสีกันไปมามากกว่าเดิม
จะมีเพียงกางเกงที่ยังสวมใส่อยู่
พร้อมกับความแข็งขืนเบื้องล่างของทั้งคู่ที่โผล่พ้นเนื้อผ้ามา
มันกำลังต้องการการปลดปล่อย
 
 
มุราซากิบาระจูบหนัก ๆ ที่ริมฝีปากของคิโยชิอีกที 
ก่อนจะละริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า
หอบหายใจสูดเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะถามคิโยชิ
ที่ตอนนี้เอาคางเกยกับบ่าข้างซ้ายของมุราซากิบาระอยู่
และกำลังสูดเอาอากาศเข้าปอดเช่นกันอย่างรวดเร็วดูจากอก
ที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ
เรียวปากแดงเจ่อเพราะฤทธิ์จูบ แขนทั้งสองข้างยังโอบกอดคนตัวโตเอาไว้
 


“คิโยชิ……อยากให้ฉันกินนายต่อมั้ย?” เสียงแหบพร่าของมุราซากิบาระ
กระซิบริมหูข้างซ้ายของอีกฝ่ายก่อนเรียวลิ้นอุ่นชื้นจะเลียใบหูของคิโยชิไปอีกที
ส่วนฝามือใหญ่ก็เริ่มเลื่อนลงมาดึงคลายเส้นเชือกที่อยู่กับกางเกงผ้าร่ม
ที่อีกคนสวมอยู่ออก จับขอบกางเกงลงเพียงนิดเดียวก็เผยให้เห็น
จุดอ่อนไหวกลางลำตัวของคิโยชิที่แข็งขืน จนมีน้ำซึมผ่านเนื้อผ้าชั้นในสีขาว 
ฝามือใหญ่จับสัมผัสจุดอ่อนไหวนั้น ขยับขึ้น-ลงไปมาอย่างเชื่องช้า 
เหมือนยันความรู้สึกของอีกฝ่าย
คิโยชิตัวสั่นระริกกว่าเดิมตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้น ก่อนจะขยับตัวออกมาเพียงเล็กน้อย
เรียวปากแดงเจ่อยังเผยอเอาอากาศเข้าปอด 
ใบหน้าแดงก่ำของทั้งคู่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกชนกัน
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ตอนนี้กำลังปรือฉ่ำหวานไปด้วยฤทธิ์ของแรงอารมณ์
สบตาเข้าไปในดวงตาสีม่วงสวยที่ฉ่ำหวานด้วยแรงอารมณ์ไม่แพ้กัน
ก่อนคิโยชิจะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง
พร้อมแนบริมฝีปากของตนเองลงไปที่ริมฝีปากของมุราซากิบาระ….
 
 
 
 
 
 
 
….ซึ่งนั้นคือ คำตอบ
———————————- 
---------------
contact me :

[ Knb – Murasakibara x Kiyoshi , Murakiyo , ม่วงไม้ ] “ความโกรธ” ห้วข้อส่ง kurobasu_daily

Title: ความโกรธ
 Author: Nunsalam304
 Fandom : Kuroko no Basket
 Paring : Murasakibara Atsushi x Kiyoshi Teppei ( Murakiyo )
 Rating : PG
 Note : มาลงที่ wordpress นี้ใหม่ ก็เลยมีรีไรท์ไปนิดหน่อยนะคะ
 




 เวลา 18:20 น.
 
เพราะวันนี้เลิกชมรมช้า และด้วยความหิวหลังการซ้อม
เหล่าสมาชิกบาสเกตบอลแห่งโรงเรียนเซย์ริน
เลยพากันยกโขยง มาร้านโอโคโนมิยากิ ร้านประจำที่ชอบมาทานกัน
 
‘หิวๆ แล้วได้กินนี่มันดีจังน่า~~’ คิโยชิคิดไป มือก็จับตะเกียบคีบกินโอโคโนมิยากิ 
เข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ
ขณะกำลังกินอยู่
แต่ด้วยอะไรบางอย่าง ทำให้ชุคิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ มือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือใน
กระเป๋านักเรียนของตัวเองขึ้นมาดู
‘อ่า…..มิน่าล่ะ วันนี้ถึง…..’
จอมือถือดับสนิท บงบอกว่า แบต หมด
‘ไม่เป็นไรล่ะมั้ง’
 
 



เวลา 20:15 น.


แต่ความจริง ตรงหน้านี่สิ บงบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ได้แล้ว
เพียงเปิดประตูห้องนอนเข้ามาก็เจอ
หนุ่มร่างสูงใหญ่ผมสีม่วงนั่งอยู่ที่พื้นภายในห้อง
มือหนึ่งถือห่อขนมไว้อีกมือหยิบจับแผ่นมันฝรั่งทอดขึ้นมาจากห่อ 
เข้าปากตัวเอง เคี้ยวกินอย่างไม่สนใจใคร
เพราะคุณตา คุณยายก็เคยเห็นหน้าเห็นตามุราซากิบาระมาบ้าง 
ตอนมาบ้านวันที่หยุดเรียนสุดสัปดาห์
พวกท่านก็เลยให้เข้ามารอที่ห้องนอนของเรา……สินะ 
แล้วทำไมต้องไปนั่งหันหลังเข้าผนังซะเกือบชิดแบบนั้น
แถมถุงขนมที่หมดแล้วรอบ ๆ ตัวนั้น จะเยอะไปไหน 
หรือมารอนานเลยกินไปซะเยอะ
 
 




“เออ มุราซากิบาระ นายมารอนานแล้วเหรอ” พูดไปก็เดินเข้าไปหาด้วย
“ง้ำ ง้ำ ง้ำ”
“นี่ มุราซากิบาระ”
“ง้ำ ง้ำ”
“ง้ำ ง้ำ ง้ำ”
“มุราซากิบาระ”
“ง้ำ ง้ำ”
“ง้ำ ง้ำ ง้ำ”
“ง้ำ ง้ำ ง้ำ”
 
 



ดูท่าคนตัวโตจะไม่สนใจเขาเลย

 
 


“อัตสึชิ”
“……….” เรียกชื่อต้น เหมือนจะได้ผล เพราะเจ้าเด็กนี่ หยุดกิน แต่ก็ไม่หันมามองกัน


“นาย หันมา……..”
“โกรธ………”
“หืม?”
“ฉันโกรธนาย คิโยชิ เทปเปย์” อ่า…ไม่ได้ยินนานแล้วนะ เรียกซะเต็มยศแบบนี้
“วันนี้หลังเลิกเรียน ฉันโทรหานาย แต่นายดันปิดเครื่อง”
“มือถือ ฉันแบตหมด ฉันก็พึ่งรู้นะ จริง ๆ มันอาจจะหมดตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วด้วย” 
คิโยชิก็ตอบไปตามความจริง
“…………”
“………..”
“…….ฉันก็ยังโกรธนายอยู่ดี….เพราะว่าฉันมารอนายนานมากๆ”
 


‘ผิดที่ฉันสิเนี้ย’ คิโยชิคิด
แต่ไม่มีวี่แวว จะโกรธกลับคนที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่พื้นเลย

 
“อืม~~ แล้วจะต้องทำยังไงให้อัตสึชิหายโกรธนา~~ ” 
พูดไปก็ลงไปนั่งข้าง ๆ คนตัวโตกว่า
คิโยชิหันหน้าไปมองยิ้ม ๆ กับมุราซากิบาระ ที่ทำหน้าบึ้งแบบเด็ก ๆ อยู่
แต่ยังไม่ได้ทันพูดอะไรต่อ คนตัวโตกว่าก็หันมากอดคิโยชิเต็ม ๆ วงแขนใหญ่


“อะ…อัต..อัตสึชิ” คิโยชิเอ่ยเสียงตะกุกตะกักพร้อมใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
“ถ้าไม่อยากให้โกรธต่อ ก็อยู่ นิ่ง ๆ คิโยชิ” ได้ยินแบบนั้น
จากฝามือของคิโยชิที่กำลังจะดันตัวของมุราซากิบาระออก
ก็เลย ต้องเลื่อนไปโอบกอดคนตัวโตกว่าตรงหน้าแทน
ได้ที มุราซากิบาระก็ยิ่งกระชับกอดคิโยชิเข้าหาตัวเข้าไปอีก
ไม่ได้สนใจเลยว่าคนในอ้อมกอดจะเขินแค่ไหน
 
 


 


แค่กอดก็หายโกรธ นายเป็น เทเลทับบี้ตัวสีม่วงหรือไงกัน มุราซากิบาระ 

---------------
contact me :